..ปะทะ..< " SPETSNAZ " > | FAPGAMER Forum" /> ... ...ต่อจากตรงนี้ ขอใช้สรรพนามแทนตัวบุคคลที่ 1 (ร้อยโท Robert S. Boyd) ตามต้นฉบับครับ... => ... [ "บทที่ 7 : "หมีขาวในป่าดิบชื้น" ] ... ... ในปี 1968 หลังจากผมได้กลับมาพักที่ดานัง 1 สัปดาห์ ผมหมดเวลาวันๆ ไปกับการเมาหัวราน้ำตามบาร์ในดานัง ก่อนที่ในเช้ามืดวันที่ 13 พฤษภาคม สิบเอกวิลสันได้มาปลุกผม ผมลืมตาด้วยอาการสลึมสลือ ก่อนที่จะแต่งตัวและเดินตามเข้าไป เมื่อถึงสนามบินดานังผมพบว่า ลูกทีมของผมอีก 2 คนพร้อมสัมภาระถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย มันยังเช้าอยู่เลยอากาศที่เย็นจะน่าขนลุกผมรู้สึกได้ ช็อปเปอร์ถูกติดเครื่องรอไว้แล้ว ผมยังไม่ทราบอะไรเลยว่าเกิดอะไรขึ้น "วิล นี้มันเรื่องอะไรกัน".. ผมตะคอกถามวิลสัน "ผมพยามยามตามหาหมวดตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ แต่ผมหาหมวดไม่เจอ".. วิลตอบผม ... ยังไม่ทันที่ผมจะถามอะไรต่อ นักบินประจำช็อปเปอร์ก็เดินตรงเข้ามาหาผมและลากผมเข้าไปในกระโจม นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอกับ จิม เจ้าหน้าที่ CIA ซึ่งต่อมาผมต้องทำงานกับเขาอีกหลายครั้ง เขาเป็นชายวัยกลางคนท่าทางยียวนเหมือน จอน เวน คาบซิการ์ สวมแว่นเรย์แบนฉาบปรอทวาววับ เหมือนหลุดออกมาจากในหนังไม่มีผิด "สวัสดีผู้หมวด ผมมีงานให้คุณทำ"..เขาทักทายสั้นๆ ก่อนที่จะกางแผ่นที่ลงบนโต๊ะแล้วหยิบปากกาเคมีสีแดงมาวงตรงพื้นที่หนึ่ง แล้วพูดกับผมว่า ... "เมื่อคืน หน่วยข่าวกรองของเราตรวจพบเครื่องบินลงจอดในสนามบินลับแห่งหนึ่งในหุบเขาซองตรีผมอยากให้คุณไปดู คุณแค่เข้าไปเงียบๆ ถ่ายรูปแล้วกลับออกมา ง่ายมั้ย.?".. เขาพูดพลางมองหน้าผม "ผมอยากทราบรายละเอียดมากกว่าครับ".. ผมถาม "ไม่ เราไม่รู้อะไรมากกว่านี้ คุณนั้นแหละมีหน้าที่หารายละเอียดมาให้ผม".. เขาตอบ "ช็อปเปอร์จะปล่อยคุณลงเครื่อง ห่างจากจุดที่เราสงสัยว่าเป็นสนามบิน 5 กิโลฯ ขอให้พวกคุณโชคดี".. พูดจบ จิมก็ลุกขึ้นยืนตบไหล่ผม แล้วยิ้ม ... ผมไม่เคยต้องทำงานโดยไม่รู้อะไรอย่างนี้มาก่อน แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ ผมเดินออกจากเต็นท์ เช็คข้าวของก่อนที่แบกมันใส่หลัง ก่อนที่วิลจะยื่นสีพรางหน้าให้ผม ผมปาดสีอย่างลวกๆ ตามใบหน้าและหลังมือ เดินนำหน้าพาลูกทีมขึ้นช็อปเปอร์ก่อนที่มันจะพาพวกผมสู่ซองตรี ผมเห็นจิมยืนกอดอกอยุ่หน้ากระโจมมองพวกผมจนลับตา ให้ตายสิ!!ผมไม่ชอบ***หมอนี่จริงๆ ... ผมนั่งอยู่หลังดอร์กันเนอร์ข้างขวา โดยมีวิลสันนั่งอยู่ข้างๆ ตรงข้ามผมคือ "อเล็ก" เด็กหนุ่มร่างเล็กจากกรรมกร ในอลาบาม่า ที่เพิ่งทัวร์เวียดนามครั้งนี้เป็นครั้งแรก แต่ก็โดนใช้งานจนคุ้ม เขาเป็นพลวิทยุประจำทีมที่ไม่เคยปริปากบ่นถึงงานที่ทำ ถัดจากอเล็ก คือ "ลิงเกอร์" เด็กปั้มจากอริโซน่า ที่หนีออกจากบ้านเพื่อมาเป็นทหาร เขาเป็นคนที่แกร่งที่สุดคนนึงที่ผมรู้จัก เขาได้บรอนซ์สตาร์จากการแบกเพื่อนร่วมทีมจากห่ากระสุนในการปะทะที่นาตรัง ส่วน "วิลสัน" เขาเป็นคนเดียวในทีมที่มาเวียดนามพร้อมกับผม วิลสันเกิดในครอบครัวคนทำเนยในจอร์เจีย เป็นคนเคร่งศาสนาคนนึง ทุกครั้งที่เขากลับจากการปฏิบัติภารกิจ เขามักจะเก็บตัวอยู่ในศาสนสถานเป็นชั่วโมงๆ ... ผมกวาดตามาเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้และสีเทาของหินผาตัดกัน ซองตรีเป็นหุบเขาปิดที่มีความสลับซับซ้อนมาก จนทำให้ผมนึกว่านักบินที่นำเครื่องมาลงเมื่อคืน หมอนี้ต้องเป็นมือโปรจริงๆ แค่บินกลางวันก็จะแย่แล้วแต่หมอนี้กลับนำเครื่องลงกลางคืนได้ทั้งๆ ที่ไม่มีไฟนำทาง ... ก่อนที่จะฟุ่งซ่านมากกว่านี้ ดอร์กันเนอร์ก็ตบบ่าผมและชี้ไปข้างหน้า เครื่องค่อยๆ ลดระดับลง ก่อนจะลอยตัวเหนือพงหญ้า ผมมองหน้าวิลสัน อเล็ก และลิงเกอร์ พยักหน้า แล้วโดดลงไป ซวบ.!! หญ้าพวกนี้มันสูงกว่าหัวพวกผมเสียอีก หลังจากตั้งหลักได้ ผมก็ยืนมองช็อปเปอร์ที่บินจากไป ก่อนย่อตัวลงตรวจการณ์รอบๆ และนิ่งเงียบอยู่พักใหญ่ๆ เราฟังเสียงรอบๆ ซึ่งมันเงียบสงบ มีแต่เพียงเสียงลมและเสียงแมลง แค่นั้น ... ผมวางทีม โดยมีวิลสันอยู่ข้างหน้าถัดจากผม อเล็กและเล็กเกอร์ปิดท้าย แล้ววิลสันก็ค่อยๆ คลานไปข้างหน้าช้าๆ ก่อนที่เราจะตามไป เงียบๆ พักใหญ่ เราก็ออกจากพงหญ้านี้ มันเป็นป่าดิบชื้นที่รกทึบ จนแทบจะไม่มีแสงส่องผ่อนมาเบื้องล่างเลย เราเดินไปตามแนวต้นไม้ใหญ่เรื่อยๆ อย่างช้าๆ ในใจผมคิดแค่ว่า เราแค่มาหาสนามบิน ถ่ายรูป แล้วก็กลับออกมาก็แค่นั้น ซึ่งไม่เคยคิดเลยว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ มันจะมีสิ่งที่เกิดครั้งหนึ่งในชีวิตและสิ่งนี้ที้จะต้องทำให้ผมจดจำมันไปชั่วชีวิต ... เราเดินไปขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ ร่วม 20 นาที มันเงียบและเงียบมากเกินไปจนผมรู้สึกว่ามันผิดปกติ ในทีมไม่ใครพูดอะไร ทุกคนเงียบ แต่สิ่งที่ผมคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น ... ลูกจรวด RPG-7 พุ่งมาจากด้านขวาของผม กระทบเข้าเนินดินเล็กๆ ข้างหน้าแตกกระจาย พวกเรากระโดดออกไปคนละทิศละทาง หมอบเงียบและประทับปืนขึ้นเล็งหาเป้าหมาย ... หลังจากที่กลุ่มควันและเศษดินกระจัดกระจายจางหาย เรากวาดตาและมองไปรอบด้าน ไม่พบอะไร แล้วก็ไม่มีการโจมตีอีก มันต่างจากทุกๆ ครั้ง ที่พวกผมเคยเจอ พวกนั้น เจตตาที่จะยิงเข้าที่เนินดินมากกว่าจะยิงพวกผม ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เรายังคงหมอบนิ่งในจุดกำบัง อเล็กมีอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาหายใจถี่และกัดริมฝีปากตลอดเวลา ... ในขณะที่เล็กเกอร์กวาดสายตาไปทั่วแต่ทุกอย่างก็ยังเงียบสงบ เงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่วเราก็หมอบอยู่อย่างนั้นราวๆ 10 นาที จนทำให้รู้สึกว่า พวกนั้นไม่ได้ต้องการชีวิตเรา เพียงแต่ต้องการยั่วยุ และลองเชิงพวกเราเพียงเท่านั้น ความเงียบที่มันก่อตัวขึ้นนั้น มันทำให้ผมรู้สึกถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ซึ่งนี่ ไม่ใช่สิ่งที่ผมเคยเจอ นี่เป็นสิ่งที่เรียกว่ากลยุทธ ที่มันแตกต่างจากตลอด 2 ทัวร์ในเวียดนามที่ผมปะทะกับทหารเวียดนามเหนือและเวียดกงนับร้อยๆ ครั้ง แต่ครั้งนี้มันคือ สิ่งที่แตกต่างออกไป พวกนั้นนิ่งเงียบเกินไป ผมสังเกตุเห็นอาการหงุดหงิดของลูกน้องได้อย่างชัดเจน ทุกคนมีอาการและท่าทางกังวลและมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ... ทันใดนั้น!! จรวด RPG ลูกที่ 2 ก็พุ่งเข้าหาเนินดินฝั่งที่ลิงเกอร์หลบอยู่ ดินแตกกระจาย กลุ่มควันพวยฟุ่งไปทั่ว เราทุกคนกดหัวลงแนบพื้น แล้วค้นหาต้นตอ "ที่หกนาฬิกา อเล็ก M-72".. ผมตะโกนให้อเล็กประทับ M-72 แล้วเหนี่ยวไปทางที่ผมบอก "ตูมมม!!!".. M-72 พุ่งเข้าที่กอไม้อย่างจังจนแตกกระจายไปทั่ว แต่!!..ก็ไม่การยิงกลับ หรือปฎิกริยาใดๆ ผมรู้สึกทนไม่ไหวกับสถานการณ์แบบนี้จริงๆ ฝั่งตรงข้ามอยู่ในทำเลที่ดีกว่าเรา ที่สำคัญพวกเขามองเห็นเรา แต่เราไม่เห็นแม้กระทั่ง อะไรเลย!! ... เราโดนกดอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานาน และนานมาก จนเวลาล่วงเข้าไป 11 โมง ก็ยังไม่มีการโจมตีที่ชัดเจน ภารกิจที่เราได้รับคงจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้วถ้าเรายังโดนกดอยู่อย่างนี้ ผมจึงจำเป็นต้องตัดสินใจบางอย่าง ผมบอกให้ทุกคนหยิบระเบิดมือขึ้นมาแล้วถอดสลัก จากนั้นพวกเราก็พากันขว้างออกไป คนละทิศ คนละทาง ตูมมมๆ ๆ ๆ !!! และพอสิ้นเสียงระเบิด ผมลุกขึ้นชาร์จไปยังทิศทางที่คิดว่าเป็นสนามบิน ... เราจัดการยิง เป็นแบบสลับฟันปลา ซ้าย และ ขวา อย่างที่เคยฝึกมาเป็นร้อยๆ ครั้ง การตัดสินใจครั้งนี้ ทำให้พวกนั้นตกใจและไม่คิดว่าเราจะบ้าระห่ำพากันทำแบบนี้ และแล้วพวกนั้นก็ยิงสวนกลับมาเป็นชุดใหญ่ ... "ลิงเกอร์" ซึ่งเป็นคนปิดท้ายแถว ได้บอกกับผมภายหลังว่า กระสุนปืนมันเฉี่ยวตัวเข้าตลอดเวลา จนรู้สึกได้เลยทีเดียว ผมยิงสลับกับการขว้างระเบิดมือเพื่อเปิดทาง แล้วก็วิ่งๆ วิ่งวิ่งๆ วิ่ง จนเราหลุดออกมายังชายป่าไม่ห่างจากจุดที่เราพากันดรอปลงเท่าไรนัก ... ผมพาพวกเขาโดดลงไปในปลักดินที่ลึกประมาณเข่า หยิบซองกระสุน และระเบิดวางเรียงไว้ข้างหน้า เพื่อเตรียมการรับมื่อในสิ่งที่ตามมาที่มันกำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าอะไรก็ตาม ... "อเล็ก" โผตัวออกไปวางเคลย์มอร์ที่ด้านหน้าเรา ในขณะที่อเล็กกำลังวางเคลย์มอร์ลูกที่ 2 อยู่นั้น มีกระสุนจากชายป่าพุ่งเข้าเจาะที่ชายโครงของเขา เขาล้มลงต่อหน้าพวกเรา ลิงเกอร์หวด M-79 ชุดใหญ่ ยิงเข้าชายป่าในด้านที่อเล็กโดนยิง ... ในที่สุด เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นพวกเขา ชายร่างใหญ่ สูงกว่า 7 ฟุต ในชุดลายพรางที่ไม่คุ้นตา หน้าตาพรางไว้ด้วยสีดำ ในมือถือปืนดรากูนอฟ วิ่งหลบเข้าไปในเงาไม้ ผมอุทานออกมาว่า.. "Spetsnaz..!!!! ".. วิลสันหันกลับมามองผมทันที เราทุกคนต่างไม่คิดว่าจะได้เจอกับ "Spetsnaz" ในแผ่นดินเวียดนามนี้มาก่อน ไหนล่ะข่าวสารเกี่ยวกับพวกเขา ไหนล่ะข้อมูล ผมไม่เคยได้รับข้อมูลเหล่านี้มาก่อนเลย ถึงกระนั้นเราก็ยังต้องยิงตอบโต้ไป พวกนั้นได้รับการฝึกมาอย่างดีเยี่ยม การวางตัว และแนวการยิง ผสานกันได้ดีมาก จนทำให้ผมรู้สึกว่าการยิงของเราทั้งสองฝ่ายนั้น มันเหมือนการทักทายกันเสียมากกว่า ... พวกเขาวางตัวในชายป่า เงาจากชายไม้ช่วยกำบังพวกเขาได้ดี ในขณะที่เราอยู่ในปลักที่มีเนินดินสูงพอควรที่จะใช้กำบัง เสียงลูกปืนกระทบที่เนินดินจนรู้สึกสั่นสะเทือน กลุ่มควันจากแรงระเบิด มันทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังฝันไป ... ผมเคยปะทะกับทหารเวียดนามเหนือหรือเวียดกงที่มีกำลังพลมากกว่าเป็นสิบๆ เท่าด้วยซ้ำ มันยังไม่เคยรู้สึกกดดันเช่นนี้มาก่อนและแล้วเสียงโอดครวญของอเล็กนั้น ทำให้พวกเรามั้งหมดพากันตื่นจากผวัง ... พวกนั้นตั้งใจยิงเขาไม่ให้ตายแต่จะล่อพวกเราที่จะออกไปช่วยต่างหาก "รหัสแดงๆ เราโดนโจมตี ขอแอร์บอมด้วยๆ ย้ำรหัสแดง".. วิลสันตะโกนกรอกใส่วิทยุสื่อสื่อสาร "นี่สกายไรเดอร์ เราอยู่ห่างคุณ 12 ไมล์ เรากำลังจะเข้าไป".. เสียงตอบจากเครื่อง A-1 ที่บินลาดตระเวนอยู่แถวแม่น้ำวาชองตอบกลับมา ... ผมไม่แน่ใจว่า เราจะยันพวกนั้นได้นานแค่ไหน ผนวกกับอเล็กที่นอนเจ็บอยู่ข้างหน้า และพวกมันก็ยิงกดผมตลอดเวลา แล้วเราจะช่วยเขาอย่างไรกันดี ... Spetsnaz ใช้วิธีการยิงและเคลื่อนที่ตลอด ไม่หยุดอยู่นิ่งๆ เราจึงจับทิศทางของเขาไม่ได้เลยจริงๆ เมื่อพวกนั้นเห็นว่าพวกผมไม่ออกไปช่วยคนเจ็บ พวกมันจิงยิงเข้าที่ต้นขาของอเล็กอีกนัดหนึ่ง อเล็กร้องครวญด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่เข้าจะกลิ้งตัวเข้าไปในพงไม้ ผมเห็นเขาหันหน้ากลับมามองผม และนั้นก็เป็นภาพสุดท้ายที่ผมเห็นเขาจรวด RPG ลูกหนึ่งพุ่งเข้าใส่เขาที่พงไม้อัดร่างของอเล็กกระเด็นลอยจากพื้น และตกลงมากะแทกพื้นห่างจากพวกผมไม่ถึง 5 เมตร เขาแน่นิ่ง เลือดและแผลไหม้เต็มตัวเขาไปหมด ... ผมหมดความอดทน โผตัวออกจากหลุมตรงไปที่ร่างอันไร้วิญญาณของอเล็กแล้วลากเขามายังปลักดิน วิลสัน และลิงเกอร์ เปิดฉากยิงคุ้มกันผม จนถึงปากหลุมผมลากศพเขาลงไป แล้วมองดูเขา ก่อนจะปล่อยวาง หันกลับมา ยิงตอบโต้ต่อไป "เราอยู่ข้างบนแล้ว ชี้เป้าด้วย"... เสียงจากเครื่อง เอ-1 ... วิลสันปาระเบิดควันออกไปข้างหน้า .."หน้าเสื้อกันฝนสีเหลือง บริเวณชายป่า อัดมันเลย".. "รับ ทราบ"... แล้วเครื่อง เอ-1 ก็จิกหัวลง ทิ้งทุกสิ่งที่เขามี ลงบริเวณชายป่าหน้าเรา จนเกิดเป็นเปลวเพลิงลุกท่วมชายป่า ก่อนที่เครื่อง เอ-1 จะเชิดหัวขึ้น .."ผมช่วยได้แค่นี้ ช็อปเปอร์กำลังจะมารับคุณ".. เอ-1 ตอบกลับมาอีกครั้ง "ขอบใจ ที่เหลือเราจัดการเอง".. เปลวไฟจากระเบิดนาปาล์มฟวยพุ่งขึ้นสูงกว่ายอดมะพร้าว จนไอร้อนปะทะหน้าผมอย่างจัง ผมมองดูเปลวไฟและคิดว่าพวกนั้นคงจบอยู่ในนั้นแล้วล่ะ ... ผมคิดผิด!!! กระสุนปืนพุ่งมาจากชายป่าด้านขวาเข้าใส่ต้นขาลิงเกอร์ลงไปนอนจมโคลน ก่อนที่เขาจะพยุงตัวแล้วตะโกนด่า .."บ้าชิบ".. ให้ตายสิ พวกนั้นมันทันเคลื่อนตัวไปตั้งแต่เมื่อไร รัศมีระเบิดนั้น มันมากกว่า 200 เมตร เลยนะ ... ฝ่ายนั้นระดมยิงเราหนักขึ้น เหมือนเป็นการบอกว่าคราวนี้เอาจริงแล้วนะ ทั้งระเบิดและกระสุนปืนดังระงมไปทั่ว ผมเห็นพวกเขาวิ่งสลับแนวไม้ไป-มา หยุดแล้วยิ่ง แล้ววิ่งสลับไปสลับไป-มา เช่นนั้น ... กระสุนเราใกล้จนหมดแล้ว ส่วนที่เหลือตอนนี้ คือ กระสุนจากตัวอเล็กที่เจ้าตัวไม่มีโอกาสได้ใช้ กระสุน 20 มม. ของปืน m-79 หมดแล้ว ลิงเกอร์ลากปืนลูกซอง 5 นัด ขึ้นมาประทับ แล้วยิงทุกอย่างที่เขาเห็นว่ามันใกล้เข้ามา วิลสันก็ยังวิทยุติดต่อช็อปเปอร์ตลอด สลับกับการยิง ... "ซองตรี (รหัสของการปฎิบัติงานครั้งนี้) เห็นคุณแล้ว แต่เราเข้าไปไม่ได้ คุณต้องออกมา".. ฮิ้วอี้บินอยู่เหนือหัวเรา ไป-มา ก่อนที่จะบินหลบเมื่อถูกกระสุนยิงไล่จากชายป่า "โอเค เราจะออกไป"..ว่าแล้วลิงเกอร์ก็แบกศพอเล็กขึ้นป่า เมื่อผมให้สัญญาณ ลิงเกอร์ก็วิ่งขึ้นจากปลักดินท่ามกลางห่ากระสุนโดยการคุ้มกันของผมกับวิลสัน ผมได้ยินเสียงเขาตะโกนกลบเสียงปืน .."ข้าคือนาวิก ข้าคือหน่วยซีล ***หน้าไหน ข้าก็ไม่กลัว ฮู้ย่าๆ..!!! " "วิล ตาคุณแล้ว".. ผมบอกวิลให้ไป วิลมองหน้าผม .."หมวดรีบตามไปล่ะ".. เขาบอก แล้วลุกขึ้นกระโดดจากปลักดิน วิ่งขึ้นเนินตามลิงเกอร์ไป ผมยังอยู่ที่นั่น ฮิ้วอี้ลดระดับลงลงเนินดินที่วิลกับลิงเกอร์ไป ลิงเกอร์และวิลสันช่วยกันเอาศพของอเล็กขึ้นช็อปเปอร์ ก่อนจะกลับมาตั้งหลักที่เนินดินยิงคุ้มกันผม ผมก้มลงประกอบระเบิดพลาสติกที่นำติดตัวมาหวังจะใช้ระเบิดเพื่อเปิดทางหนี ... แต่ในจังหวะที่ผมเงยหน้าขึ้นมานั้น ชายร่างใหญ่ในเครื่องแบบที่ไม่คุ้นตา กับปืน AK-74 ก็ชาร์จเข้ามาใกล้ผม ผมคิดว่าผมคงจะจบตรงนี้แน่ ผมจำแววตานั้นได้ แม้มันจะผ่านมาถึง 20 ปีแล้วก็ตาม แววตาที่จ้องเขม็ง มองยังผม หมายจะเอาชีวิตผมให้ได้ ผมชักปืนพกขึ้นในจังหวะเดียวกับที่เขาประทับปืนหมายจะยิงผม เราทั้งคู่ต่างยิงกันและกัน ผมโดนเข้าที่ไหล่ขวา ก่อนที่เขาจะโดนกระสุนผมเข้าที่ท้อง เขาล้มทรุดลงกับที่พร้อมกับที่ผมได้กระเด็นไปด้วยแรงปืน ... ในขณะที่ผมกำลังจะสิ้นสติ วิลและลิงเกอร์ก็เข้ามาลากผมออกจากปลักโคลนนั้น ลิงเกอร์จุดระเบิดพลาสติก แล้วโยนเข้าไปที่ชายป่า เสียงระเบิดดังไล่หลังตามเรามาพร้อมกับลูกปืน ... พวกเขาลากผมขึ้นช็อปเปอร์ ก่อนที่ช็อปเปอร์จะทะยานออกจากขุมนรกนั่น ร่างของผมนอนอยู่ข้างๆ ศพอเล็กและนี่เป็นครั้งแรกที่ผมหลั่งน้ำตาออกมาตั้งแต่ได้เข้ามาเวียดนาม "มันจบแล้ว ผู้หมวด".. วิลกล่าว "ยังหรอกจ่า มันเพิ่งเริ่มต้น".. ลิงเกอร์พูด พร้อมชี้ไปยังเบื้องหลัง ภาพกลุ่มชายในชุดทหารโซเวียตเข้ามาช่วยเพื่อนของพวกเขา แล้วกลับหายเข้าป่าไป สงครามครั้งนี้ มันทำให้ผมจินตนาการไม่ออกจริงๆ ว่าต่อไป จะเป็นเช่นไร ... หลังจากที่ผมกลับมาถึงฐาน ผมถูกส่งตัวเข้ารับการรักษา วิลและลิงเกอร์ที่มาเยี่ยมผมบอกว่า พวกเขาถูกหน่วยข่าวกรองและ CIA เรียกตัวไปสอบครั้งแล้ว ครั้งเล่า พวกเขาบอกว่าที่ีพวกเราเจอน่ะ "Spetsnaz" นะ แต่ก็ไม่มีใครเชื่อสักคน ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "ไม่มีทางที่ Spetsnaz จะมาโผล่ที่เวียดนามหรอก มันเป็นไปไม่ได้" ... หลังจากนั้นไม่นาน "จิม" จนท.CIA ที่ส่งผมเข้าไปก็มาเยี่ยม พร้อมกับสอบถามผมในคำถามที่ไม่ต่างกับ 2 คนนั้น ผมก็ตอบเหมือนกันคือ "ที่ผมเจอคือ Spetsnaz".. จิมไม่แสดงทีท่าอะไร แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเชื่อผม หลังจากนั้น ผมก็ยังทำงานในเวียดนามอีกถึง 18 เดือน ก่อนที่จะมีการถอนหน่วยซีลออกมาจากเวียดนาม ... เรื่องจริงทั้งหมด เพิ่งจะมาเปิดเผยหลังการล่มสลายของโซเวียต โดยเจ้าหน้าข่าวกรองของโซเวียตที่ขอลี้ภัยมาในอเมริกา เขายืนยันว่า "โซเวียตเคยมีการส่งทหารเข้าไปในเวียดนาม ถึง 23 ครั้ง ในจำนวนนั้น เป็นหน่วย Spetsnaz ถึง 3 ครั้ง ใน 3 ครั้งนั้น ครั้งที่ผมเจอเป็นการคุ้มกันการลำเลียงจรวดจาก พื้นสู่อากาศ แบบ SAM-7 และในครั้งนั้น Spetsnaz สูญเสีย 4 นาย จากจำนวน 18 นาย ที่ส่งไป .... ! ! ! .. [เครดิต]https://www.facebook.com/warofhistory" /> < " NAVY SEAL" >..ปะทะ..< " SPETSNAZ " > | FAPGAMER Forum

Forum > เรื่องทั่วไป > < " NAVY SEAL" >..ปะทะ..< " SPETSNAZ " >

< " NAVY SEAL" >..ปะทะ..< " SPETSNAZ " >

m4a1

Member
LV. 1 Alpha Fapper
Post:
1405
Score:
3
เมื่อ 23 Mar 2014 21:09:30
seallogocopy.png spetsnaz_emblem.svgcopy.png
...< เนื้อหาทั้งหมดแปลจาก หนังสือชีวประวัติของ "ร้อยโท Robert S.
Boyd" อดีตนายทหารหน่วยซีล คนสุดท้ายในเวียดนาม "(หนังสือชื่อ LAST WAR)" ซึ่งเคยเข้าร่วมรบในสงครามเวียดนาม บันทึกถึงเรื่องราวตั้งแต่ก้าวแรกที่เขาก้าวสู่แผนดินเวียดนามจนถึงวันที่ไซง่อนแตก มีบทหนึ่งของหนังสือได้กล่าวถึงการปะทะครั้งหนึ่ง ที่เขาไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นบนแผ่นดินเวียดนาม คือ การปะทะกันของ 2 หน่วยรบชั้นยอดที่ถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุด อีกทั้งยังมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือด้านความเก่งกาจในการรบ มันเป็นการปะทะที่ถูกปกปิดเป็นความลับมามากกว่า 20 ปี คือ "การปะทะกันระหว่าง Navy Seal ของอเมริกา กับ Spetsnaz ของรัสเซีย" นั่นเอง>...
...ต่อจากตรงนี้ ขอใช้สรรพนามแทนตัวบุคคลที่ 1 (ร้อยโท Robert S. Boyd) ตามต้นฉบับครับ...
=> ... [ "บทที่ 7 : "หมีขาวในป่าดิบชื้น" ] ...
... ในปี 1968 หลังจากผมได้กลับมาพักที่ดานัง 1 สัปดาห์ ผมหมดเวลาวันๆ ไปกับการเมาหัวราน้ำตามบาร์ในดานัง ก่อนที่ในเช้ามืดวันที่ 13 พฤษภาคม สิบเอกวิลสันได้มาปลุกผม ผมลืมตาด้วยอาการสลึมสลือ ก่อนที่จะแต่งตัวและเดินตามเข้าไป เมื่อถึงสนามบินดานังผมพบว่า ลูกทีมของผมอีก 2 คนพร้อมสัมภาระถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย มันยังเช้าอยู่เลยอากาศที่เย็นจะน่าขนลุกผมรู้สึกได้ ช็อปเปอร์ถูกติดเครื่องรอไว้แล้ว ผมยังไม่ทราบอะไรเลยว่าเกิดอะไรขึ้น
"วิล นี้มันเรื่องอะไรกัน".. ผมตะคอกถามวิลสัน
"ผมพยามยามตามหาหมวดตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ แต่ผมหาหมวดไม่เจอ".. วิลตอบผม
... ยังไม่ทันที่ผมจะถามอะไรต่อ นักบินประจำช็อปเปอร์ก็เดินตรงเข้ามาหาผมและลากผมเข้าไปในกระโจม นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอกับ จิม เจ้าหน้าที่ CIA ซึ่งต่อมาผมต้องทำงานกับเขาอีกหลายครั้ง เขาเป็นชายวัยกลางคนท่าทางยียวนเหมือน จอน เวน คาบซิการ์ สวมแว่นเรย์แบนฉาบปรอทวาววับ เหมือนหลุดออกมาจากในหนังไม่มีผิด
"สวัสดีผู้หมวด ผมมีงานให้คุณทำ"..เขาทักทายสั้นๆ ก่อนที่จะกางแผ่นที่ลงบนโต๊ะแล้วหยิบปากกาเคมีสีแดงมาวงตรงพื้นที่หนึ่ง แล้วพูดกับผมว่า ...
"เมื่อคืน หน่วยข่าวกรองของเราตรวจพบเครื่องบินลงจอดในสนามบินลับแห่งหนึ่งในหุบเขาซองตรีผมอยากให้คุณไปดู คุณแค่เข้าไปเงียบๆ ถ่ายรูปแล้วกลับออกมา ง่ายมั้ย.?".. เขาพูดพลางมองหน้าผม
"ผมอยากทราบรายละเอียดมากกว่าครับ".. ผมถาม
"ไม่ เราไม่รู้อะไรมากกว่านี้ คุณนั้นแหละมีหน้าที่หารายละเอียดมาให้ผม".. เขาตอบ
"ช็อปเปอร์จะปล่อยคุณลงเครื่อง ห่างจากจุดที่เราสงสัยว่าเป็นสนามบิน 5 กิโลฯ ขอให้พวกคุณโชคดี".. พูดจบ จิมก็ลุกขึ้นยืนตบไหล่ผม แล้วยิ้ม
... ผมไม่เคยต้องทำงานโดยไม่รู้อะไรอย่างนี้มาก่อน แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ ผมเดินออกจากเต็นท์ เช็คข้าวของก่อนที่แบกมันใส่หลัง ก่อนที่วิลจะยื่นสีพรางหน้าให้ผม ผมปาดสีอย่างลวกๆ ตามใบหน้าและหลังมือ เดินนำหน้าพาลูกทีมขึ้นช็อปเปอร์ก่อนที่มันจะพาพวกผมสู่ซองตรี ผมเห็นจิมยืนกอดอกอยุ่หน้ากระโจมมองพวกผมจนลับตา ให้ตายสิ!!ผมไม่ชอบ***หมอนี่จริงๆ
... ผมนั่งอยู่หลังดอร์กันเนอร์ข้างขวา โดยมีวิลสันนั่งอยู่ข้างๆ ตรงข้ามผมคือ "อเล็ก" เด็กหนุ่มร่างเล็กจากกรรมกร ในอลาบาม่า ที่เพิ่งทัวร์เวียดนามครั้งนี้เป็นครั้งแรก แต่ก็โดนใช้งานจนคุ้ม เขาเป็นพลวิทยุประจำทีมที่ไม่เคยปริปากบ่นถึงงานที่ทำ ถัดจากอเล็ก คือ "ลิงเกอร์" เด็กปั้มจากอริโซน่า ที่หนีออกจากบ้านเพื่อมาเป็นทหาร เขาเป็นคนที่แกร่งที่สุดคนนึงที่ผมรู้จัก เขาได้บรอนซ์สตาร์จากการแบกเพื่อนร่วมทีมจากห่ากระสุนในการปะทะที่นาตรัง ส่วน "วิลสัน" เขาเป็นคนเดียวในทีมที่มาเวียดนามพร้อมกับผม วิลสันเกิดในครอบครัวคนทำเนยในจอร์เจีย เป็นคนเคร่งศาสนาคนนึง ทุกครั้งที่เขากลับจากการปฏิบัติภารกิจ เขามักจะเก็บตัวอยู่ในศาสนสถานเป็นชั่วโมงๆ
... ผมกวาดตามาเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้และสีเทาของหินผาตัดกัน ซองตรีเป็นหุบเขาปิดที่มีความสลับซับซ้อนมาก จนทำให้ผมนึกว่านักบินที่นำเครื่องมาลงเมื่อคืน หมอนี้ต้องเป็นมือโปรจริงๆ แค่บินกลางวันก็จะแย่แล้วแต่หมอนี้กลับนำเครื่องลงกลางคืนได้ทั้งๆ ที่ไม่มีไฟนำทาง
... ก่อนที่จะฟุ่งซ่านมากกว่านี้ ดอร์กันเนอร์ก็ตบบ่าผมและชี้ไปข้างหน้า เครื่องค่อยๆ ลดระดับลง ก่อนจะลอยตัวเหนือพงหญ้า ผมมองหน้าวิลสัน อเล็ก และลิงเกอร์ พยักหน้า แล้วโดดลงไป ซวบ.!! หญ้าพวกนี้มันสูงกว่าหัวพวกผมเสียอีก หลังจากตั้งหลักได้ ผมก็ยืนมองช็อปเปอร์ที่บินจากไป ก่อนย่อตัวลงตรวจการณ์รอบๆ และนิ่งเงียบอยู่พักใหญ่ๆ เราฟังเสียงรอบๆ ซึ่งมันเงียบสงบ มีแต่เพียงเสียงลมและเสียงแมลง แค่นั้น
... ผมวางทีม โดยมีวิลสันอยู่ข้างหน้าถัดจากผม อเล็กและเล็กเกอร์ปิดท้าย แล้ววิลสันก็ค่อยๆ คลานไปข้างหน้าช้าๆ ก่อนที่เราจะตามไป เงียบๆ พักใหญ่ เราก็ออกจากพงหญ้านี้ มันเป็นป่าดิบชื้นที่รกทึบ จนแทบจะไม่มีแสงส่องผ่อนมาเบื้องล่างเลย เราเดินไปตามแนวต้นไม้ใหญ่เรื่อยๆ อย่างช้าๆ ในใจผมคิดแค่ว่า เราแค่มาหาสนามบิน ถ่ายรูป แล้วก็กลับออกมาก็แค่นั้น ซึ่งไม่เคยคิดเลยว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ มันจะมีสิ่งที่เกิดครั้งหนึ่งในชีวิตและสิ่งนี้ที้จะต้องทำให้ผมจดจำมันไปชั่วชีวิต
... เราเดินไปขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ ร่วม 20 นาที มันเงียบและเงียบมากเกินไปจนผมรู้สึกว่ามันผิดปกติ ในทีมไม่ใครพูดอะไร ทุกคนเงียบ แต่สิ่งที่ผมคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น
... ลูกจรวด RPG-7 พุ่งมาจากด้านขวาของผม กระทบเข้าเนินดินเล็กๆ ข้างหน้าแตกกระจาย พวกเรากระโดดออกไปคนละทิศละทาง หมอบเงียบและประทับปืนขึ้นเล็งหาเป้าหมาย
... หลังจากที่กลุ่มควันและเศษดินกระจัดกระจายจางหาย เรากวาดตาและมองไปรอบด้าน ไม่พบอะไร แล้วก็ไม่มีการโจมตีอีก มันต่างจากทุกๆ ครั้ง ที่พวกผมเคยเจอ พวกนั้น เจตตาที่จะยิงเข้าที่เนินดินมากกว่าจะยิงพวกผม ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เรายังคงหมอบนิ่งในจุดกำบัง อเล็กมีอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาหายใจถี่และกัดริมฝีปากตลอดเวลา
... ในขณะที่เล็กเกอร์กวาดสายตาไปทั่วแต่ทุกอย่างก็ยังเงียบสงบ เงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่วเราก็หมอบอยู่อย่างนั้นราวๆ 10 นาที จนทำให้รู้สึกว่า พวกนั้นไม่ได้ต้องการชีวิตเรา เพียงแต่ต้องการยั่วยุ และลองเชิงพวกเราเพียงเท่านั้น ความเงียบที่มันก่อตัวขึ้นนั้น มันทำให้ผมรู้สึกถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ซึ่งนี่ ไม่ใช่สิ่งที่ผมเคยเจอ นี่เป็นสิ่งที่เรียกว่ากลยุทธ ที่มันแตกต่างจากตลอด 2 ทัวร์ในเวียดนามที่ผมปะทะกับทหารเวียดนามเหนือและเวียดกงนับร้อยๆ ครั้ง แต่ครั้งนี้มันคือ สิ่งที่แตกต่างออกไป พวกนั้นนิ่งเงียบเกินไป ผมสังเกตุเห็นอาการหงุดหงิดของลูกน้องได้อย่างชัดเจน ทุกคนมีอาการและท่าทางกังวลและมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
... ทันใดนั้น!! จรวด RPG ลูกที่ 2 ก็พุ่งเข้าหาเนินดินฝั่งที่ลิงเกอร์หลบอยู่ ดินแตกกระจาย กลุ่มควันพวยฟุ่งไปทั่ว เราทุกคนกดหัวลงแนบพื้น แล้วค้นหาต้นตอ
"ที่หกนาฬิกา อเล็ก M-72".. ผมตะโกนให้อเล็กประทับ M-72 แล้วเหนี่ยวไปทางที่ผมบอก
"ตูมมม!!!".. M-72 พุ่งเข้าที่กอไม้อย่างจังจนแตกกระจายไปทั่ว แต่!!..ก็ไม่การยิงกลับ หรือปฎิกริยาใดๆ ผมรู้สึกทนไม่ไหวกับสถานการณ์แบบนี้จริงๆ ฝั่งตรงข้ามอยู่ในทำเลที่ดีกว่าเรา ที่สำคัญพวกเขามองเห็นเรา แต่เราไม่เห็นแม้กระทั่ง อะไรเลย!!
... เราโดนกดอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานาน และนานมาก จนเวลาล่วงเข้าไป 11 โมง ก็ยังไม่มีการโจมตีที่ชัดเจน ภารกิจที่เราได้รับคงจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้วถ้าเรายังโดนกดอยู่อย่างนี้ ผมจึงจำเป็นต้องตัดสินใจบางอย่าง ผมบอกให้ทุกคนหยิบระเบิดมือขึ้นมาแล้วถอดสลัก จากนั้นพวกเราก็พากันขว้างออกไป คนละทิศ คนละทาง ตูมมมๆ ๆ ๆ !!! และพอสิ้นเสียงระเบิด ผมลุกขึ้นชาร์จไปยังทิศทางที่คิดว่าเป็นสนามบิน
... เราจัดการยิง เป็นแบบสลับฟันปลา ซ้าย และ ขวา อย่างที่เคยฝึกมาเป็นร้อยๆ ครั้ง การตัดสินใจครั้งนี้ ทำให้พวกนั้นตกใจและไม่คิดว่าเราจะบ้าระห่ำพากันทำแบบนี้ และแล้วพวกนั้นก็ยิงสวนกลับมาเป็นชุดใหญ่
... "ลิงเกอร์" ซึ่งเป็นคนปิดท้ายแถว ได้บอกกับผมภายหลังว่า กระสุนปืนมันเฉี่ยวตัวเข้าตลอดเวลา จนรู้สึกได้เลยทีเดียว ผมยิงสลับกับการขว้างระเบิดมือเพื่อเปิดทาง แล้วก็วิ่งๆ วิ่งวิ่งๆ วิ่ง จนเราหลุดออกมายังชายป่าไม่ห่างจากจุดที่เราพากันดรอปลงเท่าไรนัก
... ผมพาพวกเขาโดดลงไปในปลักดินที่ลึกประมาณเข่า หยิบซองกระสุน และระเบิดวางเรียงไว้ข้างหน้า เพื่อเตรียมการรับมื่อในสิ่งที่ตามมาที่มันกำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าอะไรก็ตาม
... "อเล็ก" โผตัวออกไปวางเคลย์มอร์ที่ด้านหน้าเรา ในขณะที่อเล็กกำลังวางเคลย์มอร์ลูกที่ 2 อยู่นั้น มีกระสุนจากชายป่าพุ่งเข้าเจาะที่ชายโครงของเขา เขาล้มลงต่อหน้าพวกเรา ลิงเกอร์หวด M-79 ชุดใหญ่ ยิงเข้าชายป่าในด้านที่อเล็กโดนยิง
... ในที่สุด เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นพวกเขา ชายร่างใหญ่ สูงกว่า 7 ฟุต ในชุดลายพรางที่ไม่คุ้นตา หน้าตาพรางไว้ด้วยสีดำ ในมือถือปืนดรากูนอฟ วิ่งหลบเข้าไปในเงาไม้ ผมอุทานออกมาว่า..
"Spetsnaz..!!!! ".. วิลสันหันกลับมามองผมทันที เราทุกคนต่างไม่คิดว่าจะได้เจอกับ "Spetsnaz" ในแผ่นดินเวียดนามนี้มาก่อน ไหนล่ะข่าวสารเกี่ยวกับพวกเขา ไหนล่ะข้อมูล ผมไม่เคยได้รับข้อมูลเหล่านี้มาก่อนเลย ถึงกระนั้นเราก็ยังต้องยิงตอบโต้ไป พวกนั้นได้รับการฝึกมาอย่างดีเยี่ยม การวางตัว และแนวการยิง ผสานกันได้ดีมาก จนทำให้ผมรู้สึกว่าการยิงของเราทั้งสองฝ่ายนั้น มันเหมือนการทักทายกันเสียมากกว่า
... พวกเขาวางตัวในชายป่า เงาจากชายไม้ช่วยกำบังพวกเขาได้ดี ในขณะที่เราอยู่ในปลักที่มีเนินดินสูงพอควรที่จะใช้กำบัง เสียงลูกปืนกระทบที่เนินดินจนรู้สึกสั่นสะเทือน กลุ่มควันจากแรงระเบิด มันทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังฝันไป
... ผมเคยปะทะกับทหารเวียดนามเหนือหรือเวียดกงที่มีกำลังพลมากกว่าเป็นสิบๆ เท่าด้วยซ้ำ มันยังไม่เคยรู้สึกกดดันเช่นนี้มาก่อนและแล้วเสียงโอดครวญของอเล็กนั้น ทำให้พวกเรามั้งหมดพากันตื่นจากผวัง
... พวกนั้นตั้งใจยิงเขาไม่ให้ตายแต่จะล่อพวกเราที่จะออกไปช่วยต่างหาก
"รหัสแดงๆ เราโดนโจมตี ขอแอร์บอมด้วยๆ ย้ำรหัสแดง".. วิลสันตะโกนกรอกใส่วิทยุสื่อสื่อสาร
"นี่สกายไรเดอร์ เราอยู่ห่างคุณ 12 ไมล์ เรากำลังจะเข้าไป".. เสียงตอบจากเครื่อง A-1 ที่บินลาดตระเวนอยู่แถวแม่น้ำวาชองตอบกลับมา
... ผมไม่แน่ใจว่า เราจะยันพวกนั้นได้นานแค่ไหน ผนวกกับอเล็กที่นอนเจ็บอยู่ข้างหน้า และพวกมันก็ยิงกดผมตลอดเวลา แล้วเราจะช่วยเขาอย่างไรกันดี
... Spetsnaz ใช้วิธีการยิงและเคลื่อนที่ตลอด ไม่หยุดอยู่นิ่งๆ เราจึงจับทิศทางของเขาไม่ได้เลยจริงๆ เมื่อพวกนั้นเห็นว่าพวกผมไม่ออกไปช่วยคนเจ็บ พวกมันจิงยิงเข้าที่ต้นขาของอเล็กอีกนัดหนึ่ง อเล็กร้องครวญด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่เข้าจะกลิ้งตัวเข้าไปในพงไม้ ผมเห็นเขาหันหน้ากลับมามองผม และนั้นก็เป็นภาพสุดท้ายที่ผมเห็นเขาจรวด RPG ลูกหนึ่งพุ่งเข้าใส่เขาที่พงไม้อัดร่างของอเล็กกระเด็นลอยจากพื้น และตกลงมากะแทกพื้นห่างจากพวกผมไม่ถึง 5 เมตร เขาแน่นิ่ง เลือดและแผลไหม้เต็มตัวเขาไปหมด
... ผมหมดความอดทน โผตัวออกจากหลุมตรงไปที่ร่างอันไร้วิญญาณของอเล็กแล้วลากเขามายังปลักดิน วิลสัน และลิงเกอร์ เปิดฉากยิงคุ้มกันผม จนถึงปากหลุมผมลากศพเขาลงไป แล้วมองดูเขา ก่อนจะปล่อยวาง หันกลับมา ยิงตอบโต้ต่อไป
"เราอยู่ข้างบนแล้ว ชี้เป้าด้วย"... เสียงจากเครื่อง เอ-1
... วิลสันปาระเบิดควันออกไปข้างหน้า .."หน้าเสื้อกันฝนสีเหลือง บริเวณชายป่า อัดมันเลย"..
"รับ ทราบ"... แล้วเครื่อง เอ-1 ก็จิกหัวลง ทิ้งทุกสิ่งที่เขามี ลงบริเวณชายป่าหน้าเรา จนเกิดเป็นเปลวเพลิงลุกท่วมชายป่า ก่อนที่เครื่อง เอ-1 จะเชิดหัวขึ้น .."ผมช่วยได้แค่นี้ ช็อปเปอร์กำลังจะมารับคุณ".. เอ-1 ตอบกลับมาอีกครั้ง
"ขอบใจ ที่เหลือเราจัดการเอง".. เปลวไฟจากระเบิดนาปาล์มฟวยพุ่งขึ้นสูงกว่ายอดมะพร้าว จนไอร้อนปะทะหน้าผมอย่างจัง ผมมองดูเปลวไฟและคิดว่าพวกนั้นคงจบอยู่ในนั้นแล้วล่ะ
... ผมคิดผิด!!! กระสุนปืนพุ่งมาจากชายป่าด้านขวาเข้าใส่ต้นขาลิงเกอร์ลงไปนอนจมโคลน ก่อนที่เขาจะพยุงตัวแล้วตะโกนด่า .."บ้าชิบ".. ให้ตายสิ พวกนั้นมันทันเคลื่อนตัวไปตั้งแต่เมื่อไร รัศมีระเบิดนั้น มันมากกว่า 200 เมตร เลยนะ
... ฝ่ายนั้นระดมยิงเราหนักขึ้น เหมือนเป็นการบอกว่าคราวนี้เอาจริงแล้วนะ ทั้งระเบิดและกระสุนปืนดังระงมไปทั่ว ผมเห็นพวกเขาวิ่งสลับแนวไม้ไป-มา หยุดแล้วยิ่ง แล้ววิ่งสลับไปสลับไป-มา เช่นนั้น
... กระสุนเราใกล้จนหมดแล้ว ส่วนที่เหลือตอนนี้ คือ กระสุนจากตัวอเล็กที่เจ้าตัวไม่มีโอกาสได้ใช้ กระสุน 20 มม. ของปืน m-79 หมดแล้ว ลิงเกอร์ลากปืนลูกซอง 5 นัด ขึ้นมาประทับ แล้วยิงทุกอย่างที่เขาเห็นว่ามันใกล้เข้ามา วิลสันก็ยังวิทยุติดต่อช็อปเปอร์ตลอด สลับกับการยิง
... "ซองตรี (รหัสของการปฎิบัติงานครั้งนี้) เห็นคุณแล้ว แต่เราเข้าไปไม่ได้ คุณต้องออกมา".. ฮิ้วอี้บินอยู่เหนือหัวเรา ไป-มา ก่อนที่จะบินหลบเมื่อถูกกระสุนยิงไล่จากชายป่า
"โอเค เราจะออกไป"..ว่าแล้วลิงเกอร์ก็แบกศพอเล็กขึ้นป่า เมื่อผมให้สัญญาณ ลิงเกอร์ก็วิ่งขึ้นจากปลักดินท่ามกลางห่ากระสุนโดยการคุ้มกันของผมกับวิลสัน ผมได้ยินเสียงเขาตะโกนกลบเสียงปืน .."ข้าคือนาวิก ข้าคือหน่วยซีล ***หน้าไหน ข้าก็ไม่กลัว ฮู้ย่าๆ..!!! "
"วิล ตาคุณแล้ว".. ผมบอกวิลให้ไป วิลมองหน้าผม .."หมวดรีบตามไปล่ะ".. เขาบอก แล้วลุกขึ้นกระโดดจากปลักดิน วิ่งขึ้นเนินตามลิงเกอร์ไป ผมยังอยู่ที่นั่น ฮิ้วอี้ลดระดับลงลงเนินดินที่วิลกับลิงเกอร์ไป ลิงเกอร์และวิลสันช่วยกันเอาศพของอเล็กขึ้นช็อปเปอร์ ก่อนจะกลับมาตั้งหลักที่เนินดินยิงคุ้มกันผม ผมก้มลงประกอบระเบิดพลาสติกที่นำติดตัวมาหวังจะใช้ระเบิดเพื่อเปิดทางหนี
... แต่ในจังหวะที่ผมเงยหน้าขึ้นมานั้น ชายร่างใหญ่ในเครื่องแบบที่ไม่คุ้นตา กับปืน AK-74 ก็ชาร์จเข้ามาใกล้ผม ผมคิดว่าผมคงจะจบตรงนี้แน่ ผมจำแววตานั้นได้ แม้มันจะผ่านมาถึง 20 ปีแล้วก็ตาม แววตาที่จ้องเขม็ง มองยังผม หมายจะเอาชีวิตผมให้ได้ ผมชักปืนพกขึ้นในจังหวะเดียวกับที่เขาประทับปืนหมายจะยิงผม เราทั้งคู่ต่างยิงกันและกัน ผมโดนเข้าที่ไหล่ขวา ก่อนที่เขาจะโดนกระสุนผมเข้าที่ท้อง เขาล้มทรุดลงกับที่พร้อมกับที่ผมได้กระเด็นไปด้วยแรงปืน
... ในขณะที่ผมกำลังจะสิ้นสติ วิลและลิงเกอร์ก็เข้ามาลากผมออกจากปลักโคลนนั้น ลิงเกอร์จุดระเบิดพลาสติก แล้วโยนเข้าไปที่ชายป่า เสียงระเบิดดังไล่หลังตามเรามาพร้อมกับลูกปืน
... พวกเขาลากผมขึ้นช็อปเปอร์ ก่อนที่ช็อปเปอร์จะทะยานออกจากขุมนรกนั่น ร่างของผมนอนอยู่ข้างๆ ศพอเล็กและนี่เป็นครั้งแรกที่ผมหลั่งน้ำตาออกมาตั้งแต่ได้เข้ามาเวียดนาม
"มันจบแล้ว ผู้หมวด".. วิลกล่าว
"ยังหรอกจ่า มันเพิ่งเริ่มต้น".. ลิงเกอร์พูด พร้อมชี้ไปยังเบื้องหลัง ภาพกลุ่มชายในชุดทหารโซเวียตเข้ามาช่วยเพื่อนของพวกเขา แล้วกลับหายเข้าป่าไป สงครามครั้งนี้ มันทำให้ผมจินตนาการไม่ออกจริงๆ ว่าต่อไป จะเป็นเช่นไร
... หลังจากที่ผมกลับมาถึงฐาน ผมถูกส่งตัวเข้ารับการรักษา วิลและลิงเกอร์ที่มาเยี่ยมผมบอกว่า พวกเขาถูกหน่วยข่าวกรองและ CIA เรียกตัวไปสอบครั้งแล้ว ครั้งเล่า พวกเขาบอกว่าที่ีพวกเราเจอน่ะ "Spetsnaz" นะ แต่ก็ไม่มีใครเชื่อสักคน ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "ไม่มีทางที่ Spetsnaz จะมาโผล่ที่เวียดนามหรอก มันเป็นไปไม่ได้"
... หลังจากนั้นไม่นาน "จิม" จนท.CIA ที่ส่งผมเข้าไปก็มาเยี่ยม พร้อมกับสอบถามผมในคำถามที่ไม่ต่างกับ 2 คนนั้น ผมก็ตอบเหมือนกันคือ "ที่ผมเจอคือ Spetsnaz".. จิมไม่แสดงทีท่าอะไร แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเชื่อผม หลังจากนั้น ผมก็ยังทำงานในเวียดนามอีกถึง 18 เดือน ก่อนที่จะมีการถอนหน่วยซีลออกมาจากเวียดนาม
... เรื่องจริงทั้งหมด เพิ่งจะมาเปิดเผยหลังการล่มสลายของโซเวียต โดยเจ้าหน้าข่าวกรองของโซเวียตที่ขอลี้ภัยมาในอเมริกา เขายืนยันว่า "โซเวียตเคยมีการส่งทหารเข้าไปในเวียดนาม ถึง 23 ครั้ง ในจำนวนนั้น เป็นหน่วย Spetsnaz ถึง 3 ครั้ง ใน 3 ครั้งนั้น ครั้งที่ผมเจอเป็นการคุ้มกันการลำเลียงจรวดจาก พื้นสู่อากาศ แบบ SAM-7 และในครั้งนั้น Spetsnaz สูญเสีย 4 นาย จากจำนวน 18 นาย ที่ส่งไป .... ! ! ! ..


[เครดิต]https://www.facebook.com/warofhistory
8csas.jpgxjumg.jpg
Glauben Sie an sich. Dann wissen Sie, wie Sie leben sollten.
เชื่อมั่นในตัวคุณเอง แล้วคุณจะรู้ว่าคุณควรจะใช้ชีวิตอย่างไร

fewgui

Member
LV. 1 Semi-Pro
Post:
450
Score:
28
เมื่อ 23 Mar 2014 21:43:40
ยาวจังเลยอิอิ ขอบคุณสำหรับประวัตืครับ ถึงจะไม่เข้าใจทะเท่าไหร่ :fckthat:
YSsvVEU4VEFudVMzUDVwb0duMEV1Zz09.png

zipher

Member
LV. 1 Alpha Fapper
Post:
1623
Score:
68
เมื่อ 23 Mar 2014 22:45:01
ผมรู้จักหน่วยสเปซนาซเพราะหมอนี่ Revolver Ocelot เป็น Spetsnaz GRU Commander :fckthat:

p4atj6.jpg

สเปซนาซใส่หมวกเบเร่ต์เเดงใช่ไหมครับ หมอนี่ก็ใส่
Katawa Shoujo <3
isBZd9.jpg

[GCG]sysnajar

Member
LV. 1 Executive Fapper
Post:
738
Score:
2
เมื่อ 23 Mar 2014 23:27:27
เก่งกันทั้งคู่เลยนะเนี่ย
ปล.NAVY SEALไป4กลับมา3 SPETSNAZไป18กลับ14สินะ
76561198026520556.png

stormexia

มุ่งสู่แกรนไลน์~
Member
LV. 1 Alpha Fapper
Post:
1548
Score:
2
เมื่อ 24 Mar 2014 21:27:27
1นายที่วิทยิงได้กับอีก3นายที่โดนลูกหลงจะระดมยิงแน่ๆ แต่ไม่ต้องบอกเลยว่าอีกที่เหลือเคลื่อนขบวนยังไง ถ้าชป.มาช้ากว่านี่ทั่ง3คงไม่เหลือแน่ๆ :curious2:
เล่นเกมแบ่งเวลาให้เหมาะสมด้วยน่ะคร้าบ
76561198042968485.png

กรุณา login ก่อน comment หากยังไม่ได้สมัครสมาชิกกรุณาคลิก ที่นี่

เข้าสู่ระบบ