>Snowdin<< "Hehheh , the old whoopee cushion in the hand trick , it's always funny" เราเดินออกมาเข้าสู่ Snowdin และได้เจอSansโครงกระดูกแสนจะกวนตีน และเจอกับ "You know my STANDARDS" น้องของ Sans ที่เป็นโครงกระดูกเหมือนกัน Papyrus Papyrusต้องการจะจับเราไปให้Undyneเพื่อที่เค้าจะได้เข้าร่วม Royal Guard (ทหารประจำราชวัง)Papyrusจึงได้สร้างพัซเซิลไว้หลายๆที่เพื่อที่จะจับเรา แต่เราก็รอดมาได้ทุกครั้ง เพราะความช่วยเหลือของ Sans และความฉลาดน้อยของ Papyrusระหว่างทางเรายังได้เจอกับพวก Royal Guard ที่เป็นมหาคอยป่วนเราเป็นระยะๆ ไม่จะเป็น Greater Dog,Laser Dog,Doggo และ บรรดาหมาอื่นๆ จนในที่สุดเราก็ได้สู้กับ Papyrus แต่ทันใดนั้น Annoying Dogก็ได้เขามาขโมยกระดูกที่เป็นท่าไม้ตายของ Papyrus ไปจน Papyrus ใช้โครงกระดูกสู้กับเราจนหมด และปล่อยเราไป หลังปล่อยเรา Papyrus ได้บอกว่า Undyne ต้องไม่ชอบใจแน่ที่ปล่อยเราไปและเขาเองก็จะพลาดโอกาศที่จะได้เป็น Royal Guard แถมความสัมพันธ์ระหว่างเขาและ Undyne คงแย่ลงแน่ๆ *(What should you say?<คุณควรจะพูดว่ายังไง?>) 1.เป็นเพื่อนกันเถอะ (Let’s be friend) 2.อะไรจะขี้แพ้ขนาดนั้น (What a loser) **คำตอบ** 1.ถ้าหากเราตอบเป็น Papyrus จะดีใจและชวนเราเดท 2.Papyrus จะบอกว่าทำไมถึงว่าตัวเองยังงั้นละ และชวนเราเดท หลังจากชวนเราเดท Papyrus จะบอกวีธีกลับขึ้นไปข้างบนพร้อมพูดถึง Asgore และ Barrier หลังจากนั้นเราจึงได้ชวนPapyrusไปเดท Papyrus จะเดินวนตรงแถวห้องสมุดกลับมาที่บ้านของเขารอบนึงและพาเราเข้าไปดูข้างในก่อนจะเจอกับ Annoying Dog ใต้ที่ล้างจานและ เงินใต้ โซฟา 20 G และได้พาเราเข้าห้องไปดูของต่างๆในห้องนอน Papyrus และในที่สุดก็เริ่มเดท Papyrusเริ่มต้นด้วยการอ่านหนังสือวิธีเดทจากห้องสมุด ซึ่งนั้นก็คือ Tutoriel แบบ Break 4th wall นั้นเอง Papyrus จะบอกว่าต้องการเดทกับเรา “Human I, THE GREAT PAPYRUS WILL GO ON A DATE WITH YOU” <มนุษย์ ข้า ปาปีรัสผู้ยิ่งใหญ่จะไปเดทกับเจ้า> 1.Yes (ใช่) 2.No(ไม่) (ไม่มีผลกระทบเลือกๆไปเหอะ) ก่อนที่ Papyrus จะคิดว่าเราเปลี่ยนชุดมาตั้งแต่ตอนแรกเพื่อเดทกับเขา เขาจึงเขินเล็กน้อย 1.Yes (ใช่) 2.No(ไม่) (ไม่มีผลกระทบเลือกๆไปเหอะ Papyrus จะคิดเองเออเองอยู่ดีว่าเราคิดจะเดทแต่แรกอยู่แล้ว) หลังจากนั้น Papyrus จะเขินๆ แล้วไปเปลี่ยนชุด และจะถามเราว่าคิดยังไงกับชุดเขา 1.I love it (ฉันชอบมัน) 2.I hate it (ฉันเกลียดมัน) (ไม่มีผลกระทบเลือกๆไปเหอะ Papyrus จะคิดเองเออเองอยู่ดีว่าเราจริงใจกับเขาขนาดใหน) ต่อจากนั้นเขาจะให้เราหาความลับในชุดที่เขาใส่ มันคือของขวัญที่อยู่ในหมวกเขานั้นเอง เราเลิกได้ว่าจะเปิดรึเปล่า 1. Open it 2.Don’t (ไม่มีผลกระทบเลือกๆไปเหอะ Papyrus จะคิดเองเออเองอยู่ดีว่าเราตื่นเต้นจนไม่กล้าเปิด) เมื่อเปิดกล้องของขวัญขึ้น เขสจะถามว่ารู้มั่ยมันคืออะไร 1.of course (แน่นอน) 2.No idea (ไม่รู้) (ไม่มีผลกระทบเลือกๆไปเหอะ Papyrus จะคิดเองเออเองอยู่ดีแล้วจะอธิบายว่ามันคือ สปาเกตตี้ทำโดยปาปีรัสผู้ยิ่งใหญ่บลาๆ) และเขาจะให้เรากินสปาเกตตี้ 1.Eat it (กิน) 2.Refuse(ไม่กิน) (ไม่มีผลกระทบเลือกๆไปเหอะ Papyrus จะคิดเองเออเองอยู่ดีแล้วจะคิดว่าเราเสียสละให้เขาแทน) ไม่ว่าจะตอบยังไงก็แล้วแต่ Dating Power จะเต็มจนทะลุ และก็เป็นอันสำเร็จในการเดทครั้งนี้ โดย Papyrus จะกลายเป็นเพื่อนเรา เมื่อเราเดทเสร็จแล้วเราได้ออกเดินทางต่อระหว่างทาง Sansได้ชวนเราไปที่ร้าน Grillby’s ระหว่างกิน Sansได้ชวนเราคุยอะไรหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของPapyrusแต่จะมีอยู่ช่วงนึงที่ Sans หยุดเวลารอบตัวแล้วพูดถึงดอกไม้ที่คล้ายๆ Flowey ก็คือ Echo Flower ซึ่ง Echo Flower จะเป็นดอกไม้สีฟ้าที่จะพูดซ้ำในสิ่งที่มันได้ยิน โดย Papyrus เองก็เคยเจอมันเหมือนกันโดยมันได้ให้คำแนะนำแก่ Papyrus ในด้านต่างๆ แต่ Sans คิดว่าคงมีใครแกล้งเขาโดยใช้ Echo Flower ซะมากกว่าเลยให้เราจับตาดูใว้ >>WaterFall<< เราได้ออกเดินทางต่อ เข้าถ้ำไป ขณะที่กำลังเดินอยู่ภายในถ้ำ เหล่า Echo Flower จะมีคำพูดต่างๆที่เหล่าสัตว์ประหลาดได้พูดเอาใว้ ต่างๆนาๆ ซึ้งหากเรารวบรวมและจับใจความ โดยจะเป็นเรื่องราวของสัตว์ประหลาดสองตนที่ฝันว่าวันหนึ่งจะได้ขึ้นไปดูดาวของบนโลกมนุษย์มั่ง เพราะตลอดมาพวกได้แต่จินตนาการว่าพนังถ้ำที่เรืองแสงนั้นเป็นดาว แต่คงจะมีสักวันละนะ ... อีกอย่างหนึ่ง Papyrus จะโทรมาถามเราว่าเราได้ใส่ [ไอเทม] ตอนที่เราเดทกับ Papyrus หรือเปล่า (อันนี้อ่านไปเรื่อยๆเดียวผมเขียนถึง) และเราก็ได้เจอกับ… "You DESTROY our DREAMS and HOPES" Undyneได้พยายามโจมตีเราโดยใช้หอกที่เธอมี แต่เราก็หลบมาได้อยู่ดี เราได้แอบหลบเข้ามาในดงหญ้า Undyneที่ได้ตามมาติดๆได้เข้ามาในดงหญ้าที่เราแอบ Undyneคิดว่าเราหนีต่อไปไม่ได้ จึงได้ยื่นมาเข้ามาจับหัวเราอย่างจัง แต่ว่าคนที่Undyneจับได้ไม่ใช่เรา แต่เป็นMonster Kidที่แอบตามเรามาเพื่อที่จะตามติด ชีวิตUndyneเราจึงได้รอดชีวิตไป ระหว่างทางหลังจากนั้นหากเราตอบความจริง Papyrus จะตอบกลับ Undyne ว่าเราไม่ได้ใส่ สิ่งของเหล่านั้น แต่ถ้าหากว่า โกหกไป Papyrus จะตอบตรงข้ามเพราะเขาซื่อตรงกับเราอยู่แล้ว เพียงแต่คำโกหกของเราเองนะแหละที่ทำร้ายเราเอง(Toby Fox หล่อสัส) หลังจากนั้นเราจะเจอ NPC น่ารักๆหลายตัวรวมถึง Onion San และคนอื่นๆ ในระหว่างทางจะมี Puzzle ที่ต้องเล่นเปียโนเพื่อเปิดทางเอาของ ให้เรากดตามนี้ จุดขึ้น ขวา จุด ลง ลง และ ขวา ประตูจะเปิดออกและโดยข้างนั้นจะสิ่งของล่ำค่าอยู่ข้างในเมื่อเราเก็บมันกลับกลายเป็นว่ากระเป๋าเราหนักเกินไปซะงั้น เมื่อเราตรวจดูข้างในจะพบว่า Annoying Dog และ Dog Residueมาอยู่ในกระเป๋าเรา เมื่อเรา Drop เจ้า Annoying Dog มันกลับกลืนของล่ำค่า และออกนอกจอเราไป (555555) แต่ Dog Residue มีประโยชน์มาก เพราะจะช่วยเพิ่ม G เราหลังจากต่อสู้ เดินมาอีกหน่อยเมื่อเราหยิบ ร่ม มา Monster Kid จะขอติดไปด้วยและในระหว่างทางถ้าเราดู Echo Flower เขาจะเราเรื่องเกี่ยวกับ Asgore และ สมุมติว่าถ้าเกิด Undyne มาพูดที่โรงเรียนเหมือน Asgore บางคงจะสุดยอด เดินมาจนถึงทางสูง Monster Kid จะให้เราเหยียบบาของเขาขึ้นไปข้างบน และเขาจะหาทางไปต่อเองโดยไปต้องเป็นห่วงเขา โดยเขาจะสะดุดล้มทีนึงและจากไป โดยบริเวณนี้จะมีจารึกเกี่ยวกับมนุษย์และสัตว์ประหลาด เดินผ่านก็อ่านได้ สรุปสั้นๆ มนุษย์เปิดเกมก่อนด้วยความกลัวมอนส์เตอร์พวกมนุษย์แข็งแรงกว่าและทำลายชีวิตสัตว์ประหลาดไปมาก เราได้เดินทางต่อ และได้เจอUndyneอีกครั้ง (อะไรนักหนาวะ) ทีนี้Undyneได้ต้อนเราจนเราจนมุม และได้ตัดสะพานที่เรายืนอยู่ และเราก็ได้ตกลงไป… “เสียงมันมาจากแถวนี้นะ… โอ้ เธอตกลงมานี่ เธอเป็นอะไรหรือปล่าว? เอาล่ะ ลุกขึ้นได้แล้ว เธอชื่อ [ชื่อผู้เล่น] ใช่ไหม? เป็นชื่อที่ดีนะ ฉันชื่อว่า…” เสียงปริศนาได้พูดขึ้นและจากไป* เราได้พบว่าตัวเราตกลงมา และได้อยู่ในที่ทิ้งขยะ แล้วเราก็โดนหุ่นตุ๊กตาผีสิงMad Dummy เข้ามาทำร้าย ให้เรานำตัวเราอยู่ไกลๆกับ Mad Dummy ใว้ แล้วเวทมนต์และจรวดจะพุ้งไปหาเขาเอง จนเขาเหลือเพียงแต่มีด และได้ปาใส่เรา เราหลบได้จนเขาไม่มีอะไรจะสู้กับเรา และ ในเมื่อเขาและเราทำร้ายกันและกันไม่ได้ Mad Dummy ก็หัวเราะอย่างสะใจว่าเขาจะขังเราให้สู้กับเขาแบบนี้ตลอดไป ทันใดนั้นNapstablookผีที่เราเคยเจอได้โผล่ออกมาช่วยไว้ทันเวลาพอดีโดยที่เขาเองก็งงๆอยู่เช่นกัน ในระหว่างนั้นเราเลือกที่จะอยู่บ้าน Napstablookสักพักเพื่อเล่นหอยทากแข่งหรือจะเดินทางต่อก็ได้ ในระหว่างทางเราจะได้พบ Gasson จะแวะซื้อของก็ได้แล้วแต่ ทางที่ดีหาทางไป Temmie Villageจะดีกว่า (Hoi!!!) เดินทางมาอีกหลังจากผ่านถ้ำมืดจะพบทางย้อนกลับไปเมือง Snowdin โดยมีนกน้อยรอเราอยู่ถ้าหากต้องการย้อนกลับไป มุ่งหน้าต่อไป ผ่านถ้ำมืดเราจะเจอกับทางที่มีน้ำท่วมเดินต่อไปเรื่อยๆจะพบกับทางตัน และ Undyne ที่รอเราอยู่ เธอได้เสกหอกออกมาพร้มที่จะทำร้ายเราแต่ทันใดนั้น Monster Kid ก็ได้ออกมาจากพุ้มไม้พร้อมกับแสดงความยินดีกับเราว่าได้อยู่ต่อหน้า Undyne ก่อนที่จะโดน Undyne หยิกหูและลากไป โดย Monster Kid ขอร้องไม่ให้ Undyne บอกเรื่องนี้กับครอบครัวเขา ให้เราย้อนกลับไปจะเห็นทางอีกทางและให้ใช้ทางนั้นเดินต่อไป จนมาถึงสะพาน Monster Kid จะตามเรามาและบอกว่า Undyne บอกเขาว่าเราเป็นมนุษย์และไม่ควรอยู่ไกล เขาจะขอให้เราด่าหรือว่าเขาอะไรก็ได้ให้เขาเกลียดเรา 1.Yes 2.No (ไม่มีผลกระทบอะไรหรอก เพราะเหมือนเราจะพูดอะไรที่แรงไม่พอจน Monster Kid ด่าเราแบบไร้เดียงสาอยู่ดีนะแหละ) หลังจากจบสนทนากับเขา เขาวิ่งกลับไปและสะดุดตกลงสะพาน เรามีทางเลือกดังนี้ 1.วิ่งไปหา Undyne Undyne จะโดดลงไปช่วย Monster Kid และได้พูดกะ Undyne ว่าเขาผิดเองที่ไม่ควรยุ่งกะเรา เพราะแทนที่เราจะช่วยเขาเรากลับวิ่งมาสู้กะ Undyne Monster Kid บอกให้ Undyne พักก่อนจะดีกว่า แต่ Undyne บอกนักรบที่แท้จริงไม่ต้องพัก และตัดสินใจสู้กับเราต่อ 2.ยืนรอ Undyne เข้ามา Undyne จะโดดลงไปช่วย Monster Kid และได้พูดกะ Undyne ว่าเขาผิดเองที่ไม่ควรยุ่งกะเรา เพราะแทนที่เราจะช่วยเขาเรากลับมองดูเขาตกลงไปแทน Monster Kid บอกให้ Undyne พักก่อนจะดีกว่า แต่ Undyne บอกนักรบที่แท้จริงไม่ต้องพัก และตัดสินใจสู้กับเราต่อ 3.วิ่งหนี Undyne Undyne จะช่วย Monster Kid และบอกว่าเราไม่ได้ทิ้งเขา เพียงแต่เราวิ่งไปหาคนมาช่วยต่างหาก 4.ช่วย Monster Kid เขาจะขวาง Undyne ไม่ให้มาทำร้ายเรา และ Undyne จะจากไปก่อนที่ Monster Kid จะกลับบ้าน เราได้เดินทางต่อออกจากถ้ำและไปถึงตรง Undyne's Areanaซึ่งUndyneได้ดักทางเราไว้และสู้กับเรา เธอได้พรรณาว่ามนุษย์นั้นทำไรลงไปบ้าง ทำไมถึงทำกับพวกสัตว์ประหลาดอย่างงี้ (รวมถึงเรื่องที่เธอคิดว่ามนุษย์เป็นเหมือนใน Anime) และจะพูดถึงการกระทำของเราตอนที่ Monster Kid ตกลงไป ก่อนหน้านี้ เราก็ได้พยายามคุยกับเธอว่า เราไม่ต้องการสู้ แต่เธอก็ยังไม่ยอมปล่อยเรา เราหนีออกมาเธอก็ตามเรามา >>Hot Land << จนถึง Hot Land ตัวUndyneเองเป็นปีศาจปลา เมื่อชุดเกราะเหล็กของเธอดูดซับความร้อนไว้ จึงทำให้เธอแห้ง และเราได้ช่วยเธอด้วยการเอาน้ำมาราดหัวเธอ เมื่อเธอฟื้น เธอจึงหันหลังกลับไป >>กลับมาที่Waterfallเดทกับ Undyne<< เราได้กลับไปที่ Waterfall เพื่อไปที่บ้านของเธอ เมื่อเราไป ก็พบว่ามี Papyrusรอเราอยู่หน้าบ้านของUndyneอยู่แล้ว เมื่อเราไปหาPapyrus Papyrusได้นำสิ่งๆหนึ่งมาให้เรา (อะไรไม่รู้คล้ายๆผีเสื้อ) ปาไปรัสบอกว่าUndyneชอบสิ่งนี้มากๆ ให้เอาไปให้Undyneซะ Papyrusได้เคาะประตูเรียกUndyneออกมาก เมื่อUndyneออกมาก็เจอเรากับPapyrusจึงได้ชวนเราและPapyrusเข้าบ้าน Papyrusได้ยื่นสิ่งๆหนึ่งให้ (ที่คล้ายๆผีเสื้อ) และบอกว่าเรา(ผู้เล่น)เป็นคนเอามาให้ Undyneได้ขอบคุณและเก็บใส่ตู้ไว้ จากนั้นดูเหมือนว่าPapyrusจะรู้เวลาดี Papyrusต้องการอยากให้เรากับUndyneอยู่ด้วยกันสองคน Papyrusจึงได้วิ่งหนีทะลุหน้าต่างไป เราจึงได้อยู่กับUndyne1ต่อ 1 เราได้คุยกับ Undyne โดย Undyne คิดว่าเราจะมาหยามเธอแต่ไม่ เรามาเดทด้วย Undyne จึงให้เราดูของในบ้านเธอจะได้เจอดาบอันใหญ่และถามเราว่ามนุษย์ใช้ดาบแบบนี้จริงมั่ยไม่ว่าเราจะตอบยังไง Undyne จะหาว่าเราโกหกและมโนต่อไปว่าทุกสิ่งใน Anime คือเรื่องจริงของมนุษย์ เดินต่อไปจะพบ Annoying Dog ในช่องเก็บของ เมื่อเราเดินรอบๆเรียบร้อยUndyne ให้เรานั้งลงบนโต๊ะและบอกว่าต้องการอะไรแต่เหมือนเราไม่พูดอะไรและจะลุกไปหยิบเอง Undyen จึงปา หอกใส่เรา Undyne บอกกับเราว่าเรามาในฐานะแขกนะ นั้งเฉยๆก็พอ ก่อนจะสงบอารมณ์และยื้นหอกให้เราชี้สิ่งที่ต้องการ มันก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรหรอกเลือกๆไปเหอะ แต่ถ้าหากเราเลือก Tea Box เราจะทำให้เธอนึกถึง Asgore และเล่าเรื่องของเธอเองให้ฟังสมัยที่เธอยังเป็นทำตัวหัวร้อน เธอได้ท้าสู้ Asgore แต่ Asgore หลบได้และไม่สู้กับ จน Undyne รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ Asgore ได้ถามขึ้นมาว่า “ประทานโทษ อยากรู้วิธีล้มฉะนมั่ยละ” เธอตอบใช่ และ หลังจากนั้น Asgore ก็ฝึก Undyne มาโดยตลอด จนวันหนึ่งเธอก็ชนะ Asgore นั้นทำให้เธอรู้สึกแย่ แต่ Asgore กลับมีท่าทียินดีด้วย Undyne ไม่เคยเห็นใครที่เป็นเหมือน Asgore มาก่อน จนเธอมาสอน Papyrus เหมือน Asgore อันที่จริงเธอไม่อยากให้ Papyrus เข้า Royal Guard เท่าไร ไม่ใช่เพราะเขาไม่แข็งแกร่งพอ แต่เพราะ Papyrus ไร้เดียงสาและดีเกินไป และแทนที่เขาจะจับเรามากลับเป็นเพื่อนกับเราซะงั้น และถ้าหากส่งไป Papyrus คงไม่เหลือ Undyne จึงสอนเขาทำอาหารแทนเป็นต้นมา และหวังว่าเขาจะทำอย่างอื่นแทนเป็น Royal Guard แต่ทันใดนั้น Undyne ก็เพิ่งคิดได้ว่าวันนี้ต้องสอนทำอาหารให้ Papyrus แต่เขาดันไม่มา เธอจึงสอนทำอาหารให้เราแทนเริ่มต้นด้วยการทุบมะเขือเทศ และต่อมาก็ต้มเส้นสปาเกตตี้ Undyne สั่งให้เราเร่งไฟสูงๆ สูงขึ้นอีก จนในที่สุด Undyne เร่งไฟแทนเรา จนบ้านเกิดแรงระเบิดและบ้าน Undyne ไฟใหม้ Undyne รู้สึกเสียใจนิดๆ และคิดว่าเราจะไม่คบด้วย ก่อนจะโจมตีเรา เราโต้กลับไป 1 ดาเมจ (Fake Attack) Undyne รู้สึกได้ว่าเราไม่ได้ต้องการจะทำร้ายเธอจึงได้ เธอจึงได้บอกว่าเธอเองก็ไม่ต้องการที่จะทำร้ายเรา และทำเธอนึกถึงคนที่เธอเคยสอนให้สู้ เธอคิดว่าเราไม่ใช่ “ขี้แพ้” ธรรมดาแต่เป็น”ขี้แพ้ที่มีหัวใหญ่อันยิ่งใหญ่” เหมือนคนๆนั้น เธอรู้สึกได้ว่าไม่ช้าก็เร็วเรายังไงก็ต้องสู้กับ Asgore เธอให้ลองคุยกับเขาดู และถ้าหากเราฆ่า Asgore เธอจะเอาวิญญาณมนุษย์มาและข้าม Barrier มาตบเกรียนเรา และเธอก็ได้พาเราออกจากบ้านที่ไฟใหม้ Undyne บอกกับเราว่าวันหลังน่าจะไปเที่ยวด้วยกันอีก ในขณะเดียวกันเธอก็ต้องไปอยู่กับ Papyrus แทน หากต้องการเธอให้มาหาได้ที่บ้าน Papyrus แถวๆ Snowdin ก่อนจะจากกันเธอได้ให้จดหมายเราไปส่ง Dr.Alphy >>กลับมาที่Hot Land << และเราได้ตรงเขาไปยัง Lab ของDr.Alphy "D-Do , do you like anime?" เราได้พบDr.Alphy ซึ่งได้ตามดูเราจากจอมอนิเตอร์ของเค้าตั้งแต่เราออกจากบ้านของTorielมา เค้าได้อธิบายเราในเรื่องราวต่างๆของ Underground เค้าได้ปรับเปลี่ยนโทรศัพท์เราพร้อมสมัรเว็บ social ของโลกใต้ดินให้ เพื่อที่เค้าจะติดต่อสื่อสารได้ ระหว่างนั้น ก็มีหุ่นยนตร์ตัวหนึ่ง นาม Mettaton หุ่นยนต์ที่Dr.Alphy สร้างขึ้นมาเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับสัตว์ประหลาดใน Underground และมีฟีเจอร์ที่Dr.Alphy พยายามจะเอาออกแต่ก็เอาออกไม่ได้ก็คือ “Anti-Human (การกำจัดมนุษย์ )” นั่นหมายความว่า Mettaton เป็นหุ่นยนต์ที่ต้องการที่จะกำจัดเรา และเอนเตอร์เทนคนดูไปด้วยนั่นเอง Mettatonได้โผล่ขึ้นมา และถามคำถามเรา ถ้าเราตอบผิด ก็จะถูกทำร้ายทันทีไม่มีข้อแม้ โดย Dr.Alphy จะคอยทำมือเป็นสัญลักษณ์ A B C D คอยช่วยเราแบบเงียบๆ แต่ยกเว้นอันที่มีแต่คำตอบHack Yeah เลือกอันใหนก็ได้ แต่จะมีอันนึงที่ถามว่า Dr.Alphy แอบชอบใครอันนี้ 2 ข้อหลักๆที่ดูเป็นไปได้ ก็คือ Asgore กับ Undyne Asgore เหมือนจะเป็นตัวเลือกเก่าของเธอเพราะเธอสร้าง Mettaton ขึ้นมาเพื่อเอาใจ Asgore ให้เลือกเธอเป็น Royal Scientist บวกกับที่แอบชอบ Asgore นิดๆ ส่วน Undyne เหมือนจะเป็นตัวเลือกปัจจุบันเพราะ Mettaton กล่าวว่าถึงขณะที่ Dr.Alphyแต่งนิยายถึง Undyne กับเธอเองเป็นตุเป็นตะเลย และเราก็ผ่านมันมาได้โดยMettatonจะกลับมาพร้อมความโหดมันฮาอีกครั้ง เมื่อเราผ่านจุดนั้น ออกมาเรายังคงเจอปริศนา และDr.Alphy ก็ได้ช่วยเราโดยการแนะนำเสมอๆ แต่บางครั้งก็ดันผิดเวลาจนพลาด แถมบางครั้งเราแก้เสร็จแล้วก็เพิ่งมาบอก แถมยังอัพเดท สเตตัสผ่าน Undernet ขัดจังหวะเราบางครั่งด้วย จนกระทั้งเราพบ Mettaton อีกรอบนึง คราวนี้ในรายการทำอาหารของเขา เขากล่าววันนี้จะทำเค้กกันแต่ขาดส่วนประกอบเพียงอย่างเดียวฉะนั้นวันนี้เราจึงจะใช้ “วิญญาณ” ของเราแทน แต่ทันใดนั้น Dr.Alphy ก็โทรมาขัดจังหวะและให้เปลี่ยนไปใช้ส่วนประกอบอื่นแทน Mettaton จึงให้เราไปหยิบของที่ว่านั้นแต่ชั้นว่างของกลับขยายความสูงไปเรื่อยๆ Mettaton บอกว่าถ้าเราไม่ไปเอาภายใน 1 นาทีจะเอาวิญญาณเราเหมือนเดิม แต่ Dr.Alphy ได้ลงแอพที่ทำให้โทรศัพท์เราเป็น Jet Pack เรียบร้อยแล้ว เราจึงผ่านพ้นมาได้ด้วยดี แต่อีกครั้ง Mettaton ก็ยังไม่หยุดคราวนี้เราหลุดเข้าไปในรายการข่าวของเขาโดยคราวนี้หากไม่กู้ระเบิดลูกเล็กที่เขาวางใว้รอบๆแถวนั้นเขาจะจุดระเบิดลูกใหญ่จนเราไม่รอด Dr.Alphy บอกกับเราเธอได้ลงแอพกู้ระเบิดใว้ให้แล้วเพียงเราเข้าไปไกลและกู้ระเบิดให้หมดก็ถือว่าปลอดภัย เมื่อเรากู้ระเบิดทั้งหมดมาได้ ก็ยังต้องมาเจอกับ..... Muffet ปีศาจแมงมุมสาว "I heard that they hate spiders" เราได้สู้กับMuffet Muffetได้พูดเกี่ยวกับการเอาวิญญาณของเราไปให้คนที่มาขอให้เธอจับตัวเรา โดยแลกกับเงิน ซึ่งเธอบอกว่า มันจะทำเงินมหาศาลและ เป็นการช่วยเหลือแมงมุมที่ติดอยู่ใน Ruin รวมช่วยสนับสนุนSpider Clan ของเธอให้อยู่ได้อย่างมีความสุข เราสู้กับเธอไปได้สักระยะ แต่ถ้าหากเรามีของที่ซื้อจากร้าน Muffet หรือ ใยแมงมุมที่ Ruin แล้วใช้มัน Muffetจะปล่อยเราไป แต่ถ้าหากสู้ต่อไปจนกระทั่งมีแมงมุมตัวนึงเดินเข้ามาบอกMuffetว่า เป็นการเข้าใจผิด Muffetก็จะปล่อยเราไป “ABSOLUTELY beautiful” เมื่อเราเดินออกมาจาก Muffetได้ไม่นานเราก็เจอกับเจ้า Mettaton อีกแล้ว คราวนี้เจ้านี้ออกมาร้องเพลงละครที่ทำนองน่ารำคาญมากๆ และ เขาได้วางกับดักให้เดินผ่านแทบพื้นสีเหมือนตอนของ Papyrus แต่คราวนี้มีเวลาจำกัดเดินให้ไกลที่สุดและ Dr.Alphy จะช่วยเราในที่สุด แต่คราวนี้ Mettaton ไม่ปล่อยเราไปง่ายๆ เขาได้เขามาโจมตีเรา แต่เช่นเคย Dr.Alphy ได้โทรมาบอกเราว่าได้เพิ่มฟีเจอร์ที่ทำโทรศัพท์เรากลายเป็นปืน เรายิง Mettaton ทีนึงก่อนที่เขาจะจากไป ต่อมาเราเดินมาจนถึงหน้ารีสอร์ตของ Mettaton ข้างหน้าจะมี Sans รอเราอยู่Sans ได้ชวนเราไปกินข้าวด้วยอีกครั้งหลังจากที่ Sans พาเราเข้ามาก็ได้ชวนคุยถามไถ่เราสารพัดจนกระทั้ง Sans ได้เล่าเรื่องของเขาบาง วันหนึ่ง Sans ที่นั้งอยู่ตรงบูทเพื่อมองหา มนุษย์ รู้สึกเบื่อๆ เขาก็ได้เดินเข้าป่า Snowdin และเจอประตูบานใหญ่ที่ล้อคข้างใน Sans คิดว่ามันเป็นที่เหมาะมากในการฝึกเล่นมุขตลก เคาะประตู(มุข Knock Knock ของฝรั่ง) และในอีกวันหนึ่งเขาก็เคาะประตูเหมือนเดิม เขาเคาะประตู และพูด Knock Knockและทันใดนั้นอีกด้านหนึ่ง เขาได้ยินเสียงผู้หญิง(Toriel)ตอบกลับมาและถามว่า “ใครนะ” Sans ต่อกลับว่า “dishe”ฝั่งนั้นจึงถามกลับ “dishe who? (ใครเหรอdishe?)” Sans ตบมุขกลับไป “dishe a very bad joke(This is a very bad joke)” ฝั่งนั้นขำกลับมาเหมือนเป็นมุขที่ไม่เคยได้ยินมา 100 ปี ก่อนที่ Sans จะปล่อยมุขออกมาเรื่อยๆ และหลังจากนั้นฝั่งนั้นก็ได้เป็นฝ่ายเคาะบาง Sans พูดกลับไปว่า “who there” ฝั่งนั้นตอบกลับ “old lady” Sans ถามกลับ “old lady who?” ฝั่งนั้นตอบกลับ “oh I did not know you could yodel” (แอดไม่เก็ทมุขขอโทษที) และ Sans กับฝั่งนั้น ก็ได้ปล่อยมุขไปมา ชั่วโมงกว่าๆ และในที่สุด Sans ก็ต้องไปเล่านิทานก่อนนอนให้ Papyrus ฝั่งนั้นบอกให้ Sans มาหาอีก Sans ก็มาอีกตามสัญญา และในที่สุดก็ทำเป็นประจำ และในวันหนึ่งSans ก็สังเกตได้ว่า ฝั่งนั้นไม่ค่อยขำเท่าไร Sans จึงทักว่าเป็นอะไรเหรอ ฝั่งนั้น ตอบกลับมาว่าหากมีมนุษย์ผ่านประตูไป ช่วยสัญญาได้ไหม ว่าจะช่วยคุ้มครองและดูแลเขา ได้ไหม? Sans บอกว่าไม่อยากสัญญาเท่าไร แต่ใครก็ตามที่ยอมฟังมุขตลกร้ายจากเขาเอง ก็ก็คงไม่กล้าตอบไม่เหมือนกัน และถามว่าเราเข้าใจไหมในสิ่งที่เขาพูด และ ถามอีกรอบว่า รู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเขาไม่ทำสัญญากับผู้หญิงหลังประตูนั้น......... *YOU’D BE DEAD WHERE YOU STAND. ทุกอย่างเงียบกริบ...... แต่ Sans ยิ้มและบอกว่าเขาแค่ล้อกันเล่นเฉยๆ(โถ่ ไอ้@#$!%%@$) และเขาได้บอกว่าไม่ใช่เขาเหรอที่ตามปกป้องเรามาตลอด และบอกว่าไม่เห็นเราตายเลยสักครั้ง ก่อนจะบอกให้เราดูแลตัวเองดีๆมีคนห่วงเราอยู่ ก่อนจะจากไป ในระหว่างทางจะมี ร้านขายของอยู่2ร้านคือ Bergerpant กับ Bratty และ Catty และหาซื้อสิ่งที่ถูกใจได้ตามต้องการก่อนจะเข้าสู่โซนทัดไป >>Core<< The Core คือแหล่งพลังงานที่แปลงพลังงานความร้อนให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าเวทย์มนต์ หลั่งไหล่สู่ทุกเมืองในใต้ดินแห่งนี้ และในนั้นจะมีลิฟท์ที่นำทางไปสู่วังของ Asgore โดยตรง และเธอสามารถกลับบ้านได้จากทางนั้น -Dr.Alphy เมื่อเรามาถึงที่นี้ทุกอย่างเริ่มไม่ง่ายอย่างที่หวังใว้ Mettaton ได้จ้างสัตว์ประหลาดระดับสุดท้ายเพื่อที่จะฆ่าเราอยู่เต็มไปหมด เราจะได้พบกับ Final Frogit และ ตัวอื่นๆที่เหมือนใน Ruin แต่โหดกว่า ผ่านมาได้จนถึงเกือบทางออก ก็พบกับเจ้า Mettaton ซึ่งเมื่อเราเข้าห้องนั้นไป เราได้เจอกับเมธาธอน เค้าได้พูดว่า ถ้าได้วิญญาณเรา เค้าจะออกไป และไปเป็นซุปเปอร์สตาร์ของโลกมนุษย์ และเมื่อกำลังสู้ แอลฟี้ได้บอกเราว่า เมธาธอนมีสวิตซ์อยู่ข้างหลัง และนั่นเป็นวิธีจัดการเค้า เมื่อเราหลอกให้เค้าหันหลังให้เรา เราได้ไปสับสวิตซ์นั้น แบะตัวเค้าได้เปลี่ยนร่างเป็นนนนนนนMETTATON EX เค้าแอ๊กท่าทางต่างๆมากมาย มีผู้ชมดูเค้าอยู่มากมาย รวมถึงเราด้วยโดยในระหว่างนี้ทุกครั้ง เรตติ้งพุ่งไปเรื่อยๆ Mettaton จะเปิดจุดอ่อนที่เป็นหัวใจออกมาให้ยิงเรื่อยๆ เรียกได้ว่ายิ่งสูงมากเท่าไรจะยิ่งเปิดออกมาให้เรายิงบ่อยมากเท่านั้น พอเราสู้ไปสักพัก Metaton จะให้เรากล่าวอะไรสักอย่างที่ตัวเราชอบสำหรับเขาโดย ผมจะบอกสิ่งที่พอจะรู้ พร้อมเรตติ้งที่ได้หลังพิพม์ไป LEGS – 350 TOBY - 300 DANCING – 250 VOICE – 200 HAIR – 200 ไม่พิพม์อะไรเลยได้ 80 ส่วนพิมพ์มั่วๆโดยไม่มีคำหยาบจะได้ 100 เพราะ เขาจะคิดไปเองว่าเขาสวยมากจนบรรยายออกมาเยอะขนาดนั้น ถึงจะอ่านไม่รู้เรื่องก็เหอะ แต่หากพิมพ์คำหยาบ -150 ทันที โดยเขาจะบอกหลายการเป็นหลายการเหมาะสำหรับครอบครัว เราได้สู้กับเค้าไปเรื่อยๆจนแขนและขาMetatonหลุด เค้าได้บอกว่า นี่คือโชว์สุดท้ายของเค้า ละได้ปล่อยให้มีผู้ชมโทรเข้าหาเค้า ซึ่งผู้ชมที่โทรเข้ามาต่างก็ให้กำลังใจเค้าทุกคน และบอกว่าถ้าเป็นโชว์สุดท้าย จะเป็นโชว์ที่ยอดเยี่ยม บ้างก็บอกว่าไม่อยากให้เป็นโชว์สุดท้าย Metatonทราบซึ้งใจ กล่าวขอบคุณ และแบตก็ได้หมดไป... Dr.Alphy เข้ามา และบอกว่าเธอจะเป็นคนจัดการต่อเอง และเราได้เดินทาต่อไปยังปราสาท Asgore >>New Home<< เราได้เดินเข้าไป มีปีศาจมาพูดเรื่องราวมากมายให้เราฟังแต่พอจะจับใจความและแปลออกมาได้ดังนี้ “นานมาแล้วมีมนุษย์(Chara)ตกลงมาและบาดเจ็บจึงเรียกหาความช่วยเหลือ Asriel บุตรของพระราชาได้ยินเข้าและพาตัวกลับมายังประสาท ตลอดมา Asriel และมนุษย์เริ่มสนิทกัน ราชีนีและพระราชาได้เลี้ยงดูมนุษย์เหมือนลูกของตัวเอง ใต้ดินแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยความหวัง จนวันหนึ่งมนุษย์ได้ล้มป่วยลง มนุษย์ได้ข้อสิ่งสุดท้าย นั้นก็คือการที่ได้เห็นดอกไม้จากหมู่บ้านที่จากมาแต่เราก็ไม่สามารถทำอะไรได้ วันต่อมา มนุษย์ได้ตายลง Asriel ที่เศร้าโศกจึงได้กลืนวิญญาณมนุษย์ และกลายเป็นสิ่งที่มีพลังมหาศาล ด้วยวิญญาณของมนุษย์ Asriel อุ้มร่างมนุษย์และข้าม Barrier ไปในแสงอาทิตย์ไปยังหมู่บ้านของมนุษย์ Asriel ได้มาถึงกลางหมู่บ้านและได้เห็นเหล่าดอกไม้สีเหลืองเขาจึงได้อุ้มมนุษย์ไปยังที่นั้น แต่ทันใดนั้น เสียงตกใจก็ได้ดังขึ้นทุกคนในหมู่บ้านคิดว่า Asriel ได้ฆ่ามนุษย์ที่อุ้มอยู่ มนุษย์ในหมู่บ้านจัดการเขาด้วยทุกสิ่งที่มี เขาหยุดนิ่งไปหลังการโจมตีทุกๆครั่งAsriel มีพลังมหาศาลที่จะทำลายพวกเขาแต่เขากลับไม่สู้กลับAsriel ยิ้มให้มนุษย์พวกนั้นและเดินจากไป เขาบาดเจ็บและมาสะดุดอยู่หน้าบ้าน เขาได้เข้าไปในประสาทและล้มลง เท่าถ่านของเขากระจายไปทั่วสวนดอกไม้ อาณาจักรเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ราชีนีและราชาได้เสียบุตรไปถึง 2 คนเพียงคืนเดียว เป็นอีกครั้งที่มนุษย์ได้พรากทุกอย่างจากเราไป ราชาได้ตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่จะจบความเจ็บปวดของพวกเรา มนุษย์ที่ตกลงมาต้องตาย เมื่อมีวิญญาณมากพอ เราสามารถที่พัง Barrier และออกไปได้ไม่นานนักหรอก.... พระราชาAsgoreจะปลดปล่อยเรา,พระราชาAsgoreจะให้ความหวังเรา,พระราชาAsgoreจะช่วยเราทั้งหมดเธอเองก็ควรจะยิ้มใว้,ไม่ตื้นเต้นเหรอ?,ไม่ดีใจเหรอ? ที่เธอจะเป็นอิสระ” ----- เราเดินมาถึงฮอลก่อนถึงในปราสาทของAsgore เราได้เจอSansเขาพูดว่าในที่สุด เราก็มาถึงจุดจบสักที และในไม่ช้าเราก็จะได้พบกับพระราชา และจะได้กำหนดชะตากำของโลกนี้ ตอนนี้เราจะถูกตัดสินจากการกระทำทุกๆอย่างที่เราทำมา รวมถึง EXP ที่เราได้มา และ Sansจะอธิบายเราว่า LOVE คืออะไร และ EXP คืออะไร “EXP = Execution Points“ “มันเป็นปริมาณที่เธอได้สร้างความเจ็บปวดแก้ผู้อื่น เมื่อเธอฆ่าใครสิ่งนี้จะเพิ่มขึ้น เมื่อมีมากพอ….รวมถึง.....” “LOVE = Level Of ViolencE” “สิ่งนี้ก็จะเพิ่มตามไปด้วย มันเป็นตัวกำหนดว่าได้ฆ่าใครไปถึงระดับใหน ยิ่งฆ่าก็เป็นการเพิ่มระยะห่างตัวเธอเองมากเท่านั้น ยิ่งห่างมาก เธอก็จะยิ่งเจ็บน้อยลง นั้นทำให้ง่ายที่จะไปทำร้ายคนอื่นได้อีก แต่เธอไม่เคยได้ LOVE เลยสักครั้ง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอดูไร้เดียงสาเลย เพียงแต่เธอมีความอ่อนโยนอยู่ในหัวใจต่างหาก ไม่ว่าเธอจะเจอความยากขนาดใหนหรืออุปสรรค์เพียงใด เธอกลับทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่ยอมรับการฆ่าใครก็ตาม ถึงแม้เธอจะวิ่งหนีก็ได้ แต่กลับยิ้มให้ เธอไม่เคยได้ LOVE เลยแต่เธอได้ Love(ความรัก)แทน มีเหตุผลดีมั่ยละ?คงไม่มั่ง และในบัดนี้ เธอจะได้เจอกับความท้าทายที่สุดในการประจนภัยทั้งหมด การกระทำของเธอทั้งหมดจะเป็นการตัดสินชะตาต่อโลกใบนี้ ถ้าหากเธอไม่สู้ Asgore จะเอาวิญญาณเธอไปและทำลายมนุษย์ แต่หากเธอฆ่าเขาและกลับบ้าน สัตว์ประหลาดจะยังคงติดอยู่ที่นี้ เธอจะทำยังไงละ? ยังไงก็ดีถ้าฉันเป็นเธอคงโยนผ้ายอมแพ้ไปแล้วละ แตเธอคงไม่ได้มาถึงขนาดนี้เพื่อยอมแพ้ใช่มั่ยละ? ใช่แล้วเธอมีบางสิ่งในตัวที่เรียกว่า “ความุ่งมั่น” ตราบใดที่เธอยังยืนอยู่ ตราบใดที่สิ่งที่เธอทำยังอยู่ในหัวใจ ฉันเชื่อว่าเธอจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง เอาละ เด็กน้อย พวกเราคาดหวังในตัวเธอนะ โชคดี” “It’s nice to meet you , human” เราได้พบตอนแอสกอร์กำลังรดน้ำต้นไม้ ซึ่งเค้าก็บอกให้เรารอสักหน่อย เมื่อเค้าหันมาเจอเราเขาตกใจเล็กน้อย ก่อนจะบอกว่าเขาเองกะจะหันมาถามว่าสนใจ ชาสักแก้วมั่ย? แต่เหมือนจะเราจะรู้ว่าต้องเป็นยังไง รู้ใช่มั่ยว่าเขาจะทำยังไง และบอกว่าถ้าหากพร้อมให้ตามเข้ามาข้างหลัง เมื่อเราตามเข้าไปเขาจะถามอีกครั่งว่าพร้อมรึยัง? เขาก็ได้บอกว่าตัวเขาเองก่อนยังไม่พร้อม จนมาถึงห้องสุดท้ายเขาก็ได้อธิบายว่า ”เจ้าสิ่งนี้คือ Barrier ที่ขังพวกเราใว้ในใต้ดินแห่งนี้ ถ้าหากเธอมีโอกาศที่ยังทำธุระที่ยังทำไม่เสร็จ โปรดไปทำก่อนเถอะ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะกลับไป หา Dr.Alphy ฉะนั้นอย่าเพิ่งสู้กับเขา >>เดทสุดท้าย Dr.Alphy<< ให้กลับไป Lab ของ Dr.Alphy เอาจดหมายใส่ใต้ประตู เธอจะตอบกลับมาและเปิดอ่าน พออ่านจบเธอจะเปิดประตูออกมาถามว่านี้เล่นตลกรึเปล่าก่อนจะตกใจว่าเป็นเราที่เขียนจดหมาย(มโน) ก่อนจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและไปเดทกับเรา ก่อนจะถามว่า เธอดูเป็นยังไงบาง?(55555555555555555555555 //Black) ก่อนจะบอกว่าเพื่อนเธอเป็นคนช่วยเลือกชุด (พวก Catty) และก็เริ่มการเดท แต่ Dr.Alphy ขัดจังหวะหยุดใว้ก่อนและให้อุปกร์ที่จะทำให้เดทสำเร็จมากยิ่งขึ้นแก่เรา แต่ของทั้งหมดเหมือนเธอเตรียมมาให้ Undyne ทั่งนั้น และก็เริ่มการเดทกันได้สักที เธอถามเราว่า "D-Do , do you like anime?" <ชอบอนิเมะรึเปล่า?> ตอบๆไปเหอะไม่มีอะไรหรอก หลังจากนั้นเธอจะพาเราที่กองขยะก่อนหน้านี้ที่เราตกลงมาเพื่อไปเดทกัน ก่อนจะเล่าว่าที่นี้คือที่ๆ เธอ กับ Undyne มาด้วยกันตลอด ก่อนจะตกใจที่เธอเห็น Undyne แล้วไปซ่อนเพราะไม่อยากให้รู้ว่าเธอมาเดทกับเรา Undyne เข้ามาหาและบอกว่าจะไปส่งจดหมายด้วยตัวเอง แต่เราดันไม่มีมันแล้วก่อนจะถามว่าเห็น Dr.Alphyรึเปล่า ในส่วนนี้ Yes หรือ No ไม่สำคัญ เพราะยังไงเธอก็จะพยายามหา Dr.Alphy แถวๆนั้นอยู่ดี ขอโทษที่ต้องขัดจังหวะครับ แต่เผอิญว่าลงได้ไม่หมด เพราะว่ามันยาวไป เพราะฉะนั้นอ่านต่อได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/Gv5Qy6" /> ลงลึกเนื้อเรื่อง Undertale | FAPGAMER Forum

Forum > เรื่องทั่วไป > ลงลึกเนื้อเรื่อง Undertale

ลงลึกเนื้อเรื่อง Undertale

toey_wisarut

Member
LV. 1 Lurker
Post:
9
Score:
4
เมื่อ 08 Feb 2016 22:47:07
=Story Line หรือ เนื้อเรื่อง=
ในอดีตมี 2 เผ่าที่เป็นผู้ปกครองโลก คือ มนุษย์ และ สัตว์ประหลาด
วันหนึ่ง ทั้ง 2 เผ่าทำสงครามกัน ยาวนานมาก จนในที่สุดมนุษย์เป็นฝ่ายชนะ จึงได้ใช้เวทย์มนต์ที่สูงที่สุดสร้างกำแพง(Barrier)ขังสัตว์ประหลาดด้วยเวทมนตร์ไว้ใต้ดินแต่กำแพงที่ว่านั้นไม่ใช่กำแพงที่สมบูรณ์....
หลายปีต่อมา
ภูเขา EBOTT 201X
ตำนานได้กล่าวไว้ว่าผู้ใดก็ตามที่ปีนขึ้นภูเขาไป ไม่เคยมีใครกลับลงมาเลย…
เด็กมนุษย์คนหนึ่ง(Chara)ได้ ปีนขึ้นไปบนภูเขา ด้วยเหตุผลส่วนตัวที่แสนลึกลับ...
เด็กคนนั้นก็ค้นพบพบหลุมมหึมา ก่อนจะตกลงไปในนั้นขณะที่พยายามจะเข้าไปดูเพื่อให้เห็นชัดๆ
การผจญภัยของเราก็เริ่มต้นขึ้น…..
=True Ending / True Pacifist Route=
>>Ruin<<
"Howdy! It's me!
Flowey ,Flowey the Flower"
เราที่ได้ปีนเขาและตกลงมาใน Underground ได้พบกับFlowey
ซึ่งFloweyได้สอนเราว่า LV นั้น ย่อมาจาก LoVeและบอกว่า เราต้องได้รับความรักเพื่อให้ดวงวิญญาณเราเติบโต
Floweyจึงได้มอบความรักให้เรา
แต่มันไม่ใช่
Floweyหลอกเรา นั่นไม่ใช่ความรัก แต่มันคือ “กระสุน” ฟาล์ววี่จะฆ่าเรา และจะเอาวิญญาณเราไป
ขณะที่เรากำลังจะถูกเอาดวงวิญญาณไป ก็มีสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งมาช่วยเรา
"Don't be afraid , my child"
Torielได้ใช้พลังไล่Floweyออกไป และสอนเราในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะให้เราฝึกพูดกับหุ่นดัมมี่ มีความเมตตา (Mercy) และสอนเราแก้ปริศนาต่างๆโดยในระหว่างทางเราได้เจอ Frogit ที่เขามาขวางทาง Toriel จ้องใส่ Frogit จึงหนีไป
Torielได้บอกให้เราไปหาเธอที่ Ruin ซึ่งเธอได้ถามเราว่า เราชอบCinnamonหรือ Butterscotch มากกว่า เธอจะทำพายรอ
*Cinnamon or Butterscotch
1.Cinamon
2Butterscotcth
ไว้ให้ เราได้เดินทางผ่านอุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพัซเซิลต่างๆ หรือสัตวประหลาดที่อยู่ภายใน Ruins รวมถึง Napstablookผีที่ง่วงนอนตลอดเวลา แต่เราก็ผ่านไปได้ จนไปเจอTorielเมื่อเราพบToriel
Torielได้บอกเราว่า ตั้งแต่นี้ไป ที่นี่คือบ้านของเธอ(หรือเราเองแหละ) แต่เราต้องการจะไปต่อ แต่Torielห้ามเราไว้ เราพยายามคุยกับเธอจนเธอยอม เธอได้บอกว่า
"เมื่อพวกเค้าเข้ามา พวกเค้าก็ออกไป และมีชะตากรรมเดิมๆ คือ ถูก Asgore ทำร้ายและเอาวิญญาณไป"
Toriel จึงสู้กับเราหากเพื่อทดสอบว่าเราสามารถป้องกันตัวเองได้หรือไม่.....
แต่สุดท้ายเธอก็ได้ปล่อยให้เราเดินออกจากRuinไป
>>Snowdin<<
"Hehheh , the old whoopee cushion in the hand trick , it's always funny"
เราเดินออกมาเข้าสู่ Snowdin และได้เจอSansโครงกระดูกแสนจะกวนตีน และเจอกับ
"You know my STANDARDS"
น้องของ Sans ที่เป็นโครงกระดูกเหมือนกัน Papyrus
Papyrusต้องการจะจับเราไปให้Undyneเพื่อที่เค้าจะได้เข้าร่วม Royal Guard (ทหารประจำราชวัง)Papyrusจึงได้สร้างพัซเซิลไว้หลายๆที่เพื่อที่จะจับเรา แต่เราก็รอดมาได้ทุกครั้ง เพราะความช่วยเหลือของ Sans และความฉลาดน้อยของ Papyrusระหว่างทางเรายังได้เจอกับพวก Royal Guard ที่เป็นมหาคอยป่วนเราเป็นระยะๆ ไม่จะเป็น Greater Dog,Laser Dog,Doggo และ บรรดาหมาอื่นๆ
จนในที่สุดเราก็ได้สู้กับ Papyrus แต่ทันใดนั้น Annoying Dogก็ได้เขามาขโมยกระดูกที่เป็นท่าไม้ตายของ Papyrus ไปจน Papyrus ใช้โครงกระดูกสู้กับเราจนหมด และปล่อยเราไป
หลังปล่อยเรา Papyrus ได้บอกว่า Undyne ต้องไม่ชอบใจแน่ที่ปล่อยเราไปและเขาเองก็จะพลาดโอกาศที่จะได้เป็น Royal Guard แถมความสัมพันธ์ระหว่างเขาและ Undyne คงแย่ลงแน่ๆ
*(What should you say?<คุณควรจะพูดว่ายังไง?>)
1.เป็นเพื่อนกันเถอะ (Let’s be friend)
2.อะไรจะขี้แพ้ขนาดนั้น (What a loser)
**คำตอบ**
1.ถ้าหากเราตอบเป็น Papyrus จะดีใจและชวนเราเดท
2.Papyrus จะบอกว่าทำไมถึงว่าตัวเองยังงั้นละ และชวนเราเดท
หลังจากชวนเราเดท Papyrus จะบอกวีธีกลับขึ้นไปข้างบนพร้อมพูดถึง Asgore และ Barrier
หลังจากนั้นเราจึงได้ชวนPapyrusไปเดท Papyrus จะเดินวนตรงแถวห้องสมุดกลับมาที่บ้านของเขารอบนึงและพาเราเข้าไปดูข้างในก่อนจะเจอกับ Annoying Dog ใต้ที่ล้างจานและ เงินใต้ โซฟา 20 G และได้พาเราเข้าห้องไปดูของต่างๆในห้องนอน Papyrus และในที่สุดก็เริ่มเดท
Papyrusเริ่มต้นด้วยการอ่านหนังสือวิธีเดทจากห้องสมุด ซึ่งนั้นก็คือ Tutoriel แบบ Break 4th wall นั้นเอง Papyrus จะบอกว่าต้องการเดทกับเรา
“Human I, THE GREAT PAPYRUS WILL GO ON A DATE WITH YOU”
<มนุษย์ ข้า ปาปีรัสผู้ยิ่งใหญ่จะไปเดทกับเจ้า>
1.Yes (ใช่)
2.No(ไม่)
(ไม่มีผลกระทบเลือกๆไปเหอะ)
ก่อนที่ Papyrus จะคิดว่าเราเปลี่ยนชุดมาตั้งแต่ตอนแรกเพื่อเดทกับเขา เขาจึงเขินเล็กน้อย
1.Yes (ใช่)
2.No(ไม่)
(ไม่มีผลกระทบเลือกๆไปเหอะ Papyrus จะคิดเองเออเองอยู่ดีว่าเราคิดจะเดทแต่แรกอยู่แล้ว)
หลังจากนั้น Papyrus จะเขินๆ แล้วไปเปลี่ยนชุด และจะถามเราว่าคิดยังไงกับชุดเขา
1.I love it (ฉันชอบมัน)
2.I hate it (ฉันเกลียดมัน)
(ไม่มีผลกระทบเลือกๆไปเหอะ Papyrus จะคิดเองเออเองอยู่ดีว่าเราจริงใจกับเขาขนาดใหน)
ต่อจากนั้นเขาจะให้เราหาความลับในชุดที่เขาใส่ มันคือของขวัญที่อยู่ในหมวกเขานั้นเอง
เราเลิกได้ว่าจะเปิดรึเปล่า
1. Open it
2.Don’t
(ไม่มีผลกระทบเลือกๆไปเหอะ Papyrus จะคิดเองเออเองอยู่ดีว่าเราตื่นเต้นจนไม่กล้าเปิด)
เมื่อเปิดกล้องของขวัญขึ้น เขสจะถามว่ารู้มั่ยมันคืออะไร
1.of course (แน่นอน)
2.No idea (ไม่รู้)
(ไม่มีผลกระทบเลือกๆไปเหอะ Papyrus จะคิดเองเออเองอยู่ดีแล้วจะอธิบายว่ามันคือ สปาเกตตี้ทำโดยปาปีรัสผู้ยิ่งใหญ่บลาๆ)
และเขาจะให้เรากินสปาเกตตี้
1.Eat it (กิน)
2.Refuse(ไม่กิน)
(ไม่มีผลกระทบเลือกๆไปเหอะ Papyrus จะคิดเองเออเองอยู่ดีแล้วจะคิดว่าเราเสียสละให้เขาแทน)
ไม่ว่าจะตอบยังไงก็แล้วแต่ Dating Power จะเต็มจนทะลุ และก็เป็นอันสำเร็จในการเดทครั้งนี้ โดย Papyrus จะกลายเป็นเพื่อนเรา
เมื่อเราเดทเสร็จแล้วเราได้ออกเดินทางต่อระหว่างทาง Sansได้ชวนเราไปที่ร้าน Grillby’s ระหว่างกิน Sansได้ชวนเราคุยอะไรหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของPapyrusแต่จะมีอยู่ช่วงนึงที่ Sans หยุดเวลารอบตัวแล้วพูดถึงดอกไม้ที่คล้ายๆ Flowey ก็คือ Echo Flower ซึ่ง Echo Flower จะเป็นดอกไม้สีฟ้าที่จะพูดซ้ำในสิ่งที่มันได้ยิน โดย Papyrus เองก็เคยเจอมันเหมือนกันโดยมันได้ให้คำแนะนำแก่ Papyrus ในด้านต่างๆ แต่ Sans คิดว่าคงมีใครแกล้งเขาโดยใช้ Echo Flower ซะมากกว่าเลยให้เราจับตาดูใว้
>>WaterFall<<
เราได้ออกเดินทางต่อ เข้าถ้ำไป ขณะที่กำลังเดินอยู่ภายในถ้ำ เหล่า Echo Flower จะมีคำพูดต่างๆที่เหล่าสัตว์ประหลาดได้พูดเอาใว้ ต่างๆนาๆ ซึ้งหากเรารวบรวมและจับใจความ โดยจะเป็นเรื่องราวของสัตว์ประหลาดสองตนที่ฝันว่าวันหนึ่งจะได้ขึ้นไปดูดาวของบนโลกมนุษย์มั่ง เพราะตลอดมาพวกได้แต่จินตนาการว่าพนังถ้ำที่เรืองแสงนั้นเป็นดาว
แต่คงจะมีสักวันละนะ ...
อีกอย่างหนึ่ง Papyrus จะโทรมาถามเราว่าเราได้ใส่ [ไอเทม] ตอนที่เราเดทกับ Papyrus หรือเปล่า (อันนี้อ่านไปเรื่อยๆเดียวผมเขียนถึง)
และเราก็ได้เจอกับ…
"You DESTROY our DREAMS and HOPES"
Undyneได้พยายามโจมตีเราโดยใช้หอกที่เธอมี แต่เราก็หลบมาได้อยู่ดี เราได้แอบหลบเข้ามาในดงหญ้า Undyneที่ได้ตามมาติดๆได้เข้ามาในดงหญ้าที่เราแอบ Undyneคิดว่าเราหนีต่อไปไม่ได้ จึงได้ยื่นมาเข้ามาจับหัวเราอย่างจัง แต่ว่าคนที่Undyneจับได้ไม่ใช่เรา แต่เป็นMonster Kidที่แอบตามเรามาเพื่อที่จะตามติด ชีวิตUndyneเราจึงได้รอดชีวิตไป
ระหว่างทางหลังจากนั้นหากเราตอบความจริง Papyrus จะตอบกลับ Undyne ว่าเราไม่ได้ใส่ สิ่งของเหล่านั้น แต่ถ้าหากว่า โกหกไป Papyrus จะตอบตรงข้ามเพราะเขาซื่อตรงกับเราอยู่แล้ว เพียงแต่คำโกหกของเราเองนะแหละที่ทำร้ายเราเอง(Toby Fox หล่อสัส)
หลังจากนั้นเราจะเจอ NPC น่ารักๆหลายตัวรวมถึง Onion San และคนอื่นๆ ในระหว่างทางจะมี Puzzle ที่ต้องเล่นเปียโนเพื่อเปิดทางเอาของ ให้เรากดตามนี้
จุดขึ้น ขวา จุด ลง ลง และ ขวา
ประตูจะเปิดออกและโดยข้างนั้นจะสิ่งของล่ำค่าอยู่ข้างในเมื่อเราเก็บมันกลับกลายเป็นว่ากระเป๋าเราหนักเกินไปซะงั้น เมื่อเราตรวจดูข้างในจะพบว่า Annoying Dog และ Dog Residueมาอยู่ในกระเป๋าเรา เมื่อเรา Drop เจ้า Annoying Dog มันกลับกลืนของล่ำค่า และออกนอกจอเราไป (555555) แต่ Dog Residue มีประโยชน์มาก เพราะจะช่วยเพิ่ม G เราหลังจากต่อสู้
เดินมาอีกหน่อยเมื่อเราหยิบ ร่ม มา Monster Kid จะขอติดไปด้วยและในระหว่างทางถ้าเราดู Echo Flower เขาจะเราเรื่องเกี่ยวกับ Asgore และ สมุมติว่าถ้าเกิด Undyne มาพูดที่โรงเรียนเหมือน Asgore บางคงจะสุดยอด
เดินมาจนถึงทางสูง Monster Kid จะให้เราเหยียบบาของเขาขึ้นไปข้างบน และเขาจะหาทางไปต่อเองโดยไปต้องเป็นห่วงเขา โดยเขาจะสะดุดล้มทีนึงและจากไป
โดยบริเวณนี้จะมีจารึกเกี่ยวกับมนุษย์และสัตว์ประหลาด เดินผ่านก็อ่านได้ สรุปสั้นๆ มนุษย์เปิดเกมก่อนด้วยความกลัวมอนส์เตอร์พวกมนุษย์แข็งแรงกว่าและทำลายชีวิตสัตว์ประหลาดไปมาก
เราได้เดินทางต่อ และได้เจอUndyneอีกครั้ง (อะไรนักหนาวะ) ทีนี้Undyneได้ต้อนเราจนเราจนมุม และได้ตัดสะพานที่เรายืนอยู่ และเราก็ได้ตกลงไป…
“เสียงมันมาจากแถวนี้นะ… โอ้ เธอตกลงมานี่ เธอเป็นอะไรหรือปล่าว? เอาล่ะ ลุกขึ้นได้แล้ว เธอชื่อ [ชื่อผู้เล่น] ใช่ไหม? เป็นชื่อที่ดีนะ ฉันชื่อว่า…” เสียงปริศนาได้พูดขึ้นและจากไป*
เราได้พบว่าตัวเราตกลงมา และได้อยู่ในที่ทิ้งขยะ แล้วเราก็โดนหุ่นตุ๊กตาผีสิงMad Dummy เข้ามาทำร้าย ให้เรานำตัวเราอยู่ไกลๆกับ Mad Dummy ใว้ แล้วเวทมนต์และจรวดจะพุ้งไปหาเขาเอง จนเขาเหลือเพียงแต่มีด และได้ปาใส่เรา เราหลบได้จนเขาไม่มีอะไรจะสู้กับเรา และ ในเมื่อเขาและเราทำร้ายกันและกันไม่ได้ Mad Dummy ก็หัวเราะอย่างสะใจว่าเขาจะขังเราให้สู้กับเขาแบบนี้ตลอดไป ทันใดนั้นNapstablookผีที่เราเคยเจอได้โผล่ออกมาช่วยไว้ทันเวลาพอดีโดยที่เขาเองก็งงๆอยู่เช่นกัน
ในระหว่างนั้นเราเลือกที่จะอยู่บ้าน Napstablookสักพักเพื่อเล่นหอยทากแข่งหรือจะเดินทางต่อก็ได้ ในระหว่างทางเราจะได้พบ Gasson จะแวะซื้อของก็ได้แล้วแต่ ทางที่ดีหาทางไป Temmie Villageจะดีกว่า (Hoi!!!)
เดินทางมาอีกหลังจากผ่านถ้ำมืดจะพบทางย้อนกลับไปเมือง Snowdin โดยมีนกน้อยรอเราอยู่ถ้าหากต้องการย้อนกลับไป
มุ่งหน้าต่อไป ผ่านถ้ำมืดเราจะเจอกับทางที่มีน้ำท่วมเดินต่อไปเรื่อยๆจะพบกับทางตัน และ Undyne ที่รอเราอยู่ เธอได้เสกหอกออกมาพร้มที่จะทำร้ายเราแต่ทันใดนั้น Monster Kid ก็ได้ออกมาจากพุ้มไม้พร้อมกับแสดงความยินดีกับเราว่าได้อยู่ต่อหน้า Undyne ก่อนที่จะโดน Undyne หยิกหูและลากไป โดย Monster Kid ขอร้องไม่ให้ Undyne บอกเรื่องนี้กับครอบครัวเขา ให้เราย้อนกลับไปจะเห็นทางอีกทางและให้ใช้ทางนั้นเดินต่อไป
จนมาถึงสะพาน Monster Kid จะตามเรามาและบอกว่า Undyne บอกเขาว่าเราเป็นมนุษย์และไม่ควรอยู่ไกล เขาจะขอให้เราด่าหรือว่าเขาอะไรก็ได้ให้เขาเกลียดเรา
1.Yes
2.No
(ไม่มีผลกระทบอะไรหรอก เพราะเหมือนเราจะพูดอะไรที่แรงไม่พอจน Monster Kid ด่าเราแบบไร้เดียงสาอยู่ดีนะแหละ)
หลังจากจบสนทนากับเขา เขาวิ่งกลับไปและสะดุดตกลงสะพาน เรามีทางเลือกดังนี้
1.วิ่งไปหา Undyne
Undyne จะโดดลงไปช่วย Monster Kid และได้พูดกะ Undyne ว่าเขาผิดเองที่ไม่ควรยุ่งกะเรา เพราะแทนที่เราจะช่วยเขาเรากลับวิ่งมาสู้กะ Undyne Monster Kid บอกให้ Undyne พักก่อนจะดีกว่า แต่ Undyne บอกนักรบที่แท้จริงไม่ต้องพัก และตัดสินใจสู้กับเราต่อ
2.ยืนรอ Undyne เข้ามา
Undyne จะโดดลงไปช่วย Monster Kid และได้พูดกะ Undyne ว่าเขาผิดเองที่ไม่ควรยุ่งกะเรา เพราะแทนที่เราจะช่วยเขาเรากลับมองดูเขาตกลงไปแทน Monster Kid บอกให้ Undyne พักก่อนจะดีกว่า แต่ Undyne บอกนักรบที่แท้จริงไม่ต้องพัก และตัดสินใจสู้กับเราต่อ
3.วิ่งหนี Undyne
Undyne จะช่วย Monster Kid และบอกว่าเราไม่ได้ทิ้งเขา เพียงแต่เราวิ่งไปหาคนมาช่วยต่างหาก
4.ช่วย Monster Kid
เขาจะขวาง Undyne ไม่ให้มาทำร้ายเรา และ Undyne จะจากไปก่อนที่ Monster Kid จะกลับบ้าน
เราได้เดินทางต่อออกจากถ้ำและไปถึงตรง Undyne's Areanaซึ่งUndyneได้ดักทางเราไว้และสู้กับเรา เธอได้พรรณาว่ามนุษย์นั้นทำไรลงไปบ้าง ทำไมถึงทำกับพวกสัตว์ประหลาดอย่างงี้ (รวมถึงเรื่องที่เธอคิดว่ามนุษย์เป็นเหมือนใน Anime)
และจะพูดถึงการกระทำของเราตอนที่ Monster Kid ตกลงไป ก่อนหน้านี้
เราก็ได้พยายามคุยกับเธอว่า เราไม่ต้องการสู้ แต่เธอก็ยังไม่ยอมปล่อยเรา เราหนีออกมาเธอก็ตามเรามา
>>Hot Land <<
จนถึง Hot Land ตัวUndyneเองเป็นปีศาจปลา เมื่อชุดเกราะเหล็กของเธอดูดซับความร้อนไว้ จึงทำให้เธอแห้ง และเราได้ช่วยเธอด้วยการเอาน้ำมาราดหัวเธอ เมื่อเธอฟื้น เธอจึงหันหลังกลับไป
>>กลับมาที่Waterfallเดทกับ Undyne<<
เราได้กลับไปที่ Waterfall เพื่อไปที่บ้านของเธอ เมื่อเราไป ก็พบว่ามี Papyrusรอเราอยู่หน้าบ้านของUndyneอยู่แล้ว เมื่อเราไปหาPapyrus
Papyrusได้นำสิ่งๆหนึ่งมาให้เรา (อะไรไม่รู้คล้ายๆผีเสื้อ) ปาไปรัสบอกว่าUndyneชอบสิ่งนี้มากๆ ให้เอาไปให้Undyneซะ Papyrusได้เคาะประตูเรียกUndyneออกมาก เมื่อUndyneออกมาก็เจอเรากับPapyrusจึงได้ชวนเราและPapyrusเข้าบ้าน Papyrusได้ยื่นสิ่งๆหนึ่งให้ (ที่คล้ายๆผีเสื้อ) และบอกว่าเรา(ผู้เล่น)เป็นคนเอามาให้ Undyneได้ขอบคุณและเก็บใส่ตู้ไว้ จากนั้นดูเหมือนว่าPapyrusจะรู้เวลาดี Papyrusต้องการอยากให้เรากับUndyneอยู่ด้วยกันสองคน Papyrusจึงได้วิ่งหนีทะลุหน้าต่างไป เราจึงได้อยู่กับUndyne1ต่อ 1
เราได้คุยกับ Undyne โดย Undyne คิดว่าเราจะมาหยามเธอแต่ไม่ เรามาเดทด้วย Undyne จึงให้เราดูของในบ้านเธอจะได้เจอดาบอันใหญ่และถามเราว่ามนุษย์ใช้ดาบแบบนี้จริงมั่ยไม่ว่าเราจะตอบยังไง Undyne จะหาว่าเราโกหกและมโนต่อไปว่าทุกสิ่งใน Anime คือเรื่องจริงของมนุษย์ เดินต่อไปจะพบ Annoying Dog ในช่องเก็บของ
เมื่อเราเดินรอบๆเรียบร้อยUndyne ให้เรานั้งลงบนโต๊ะและบอกว่าต้องการอะไรแต่เหมือนเราไม่พูดอะไรและจะลุกไปหยิบเอง Undyen จึงปา หอกใส่เรา Undyne บอกกับเราว่าเรามาในฐานะแขกนะ นั้งเฉยๆก็พอ ก่อนจะสงบอารมณ์และยื้นหอกให้เราชี้สิ่งที่ต้องการ
มันก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรหรอกเลือกๆไปเหอะ
แต่ถ้าหากเราเลือก Tea Box
เราจะทำให้เธอนึกถึง Asgore และเล่าเรื่องของเธอเองให้ฟังสมัยที่เธอยังเป็นทำตัวหัวร้อน เธอได้ท้าสู้ Asgore แต่ Asgore หลบได้และไม่สู้กับ จน Undyne รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ Asgore ได้ถามขึ้นมาว่า “ประทานโทษ อยากรู้วิธีล้มฉะนมั่ยละ” เธอตอบใช่ และ หลังจากนั้น Asgore ก็ฝึก Undyne มาโดยตลอด จนวันหนึ่งเธอก็ชนะ Asgore นั้นทำให้เธอรู้สึกแย่ แต่ Asgore กลับมีท่าทียินดีด้วย Undyne ไม่เคยเห็นใครที่เป็นเหมือน Asgore มาก่อน จนเธอมาสอน Papyrus เหมือน Asgore อันที่จริงเธอไม่อยากให้ Papyrus เข้า Royal Guard เท่าไร ไม่ใช่เพราะเขาไม่แข็งแกร่งพอ แต่เพราะ Papyrus ไร้เดียงสาและดีเกินไป และแทนที่เขาจะจับเรามากลับเป็นเพื่อนกับเราซะงั้น และถ้าหากส่งไป Papyrus คงไม่เหลือ Undyne จึงสอนเขาทำอาหารแทนเป็นต้นมา และหวังว่าเขาจะทำอย่างอื่นแทนเป็น Royal Guard
แต่ทันใดนั้น Undyne ก็เพิ่งคิดได้ว่าวันนี้ต้องสอนทำอาหารให้ Papyrus แต่เขาดันไม่มา เธอจึงสอนทำอาหารให้เราแทนเริ่มต้นด้วยการทุบมะเขือเทศ และต่อมาก็ต้มเส้นสปาเกตตี้ Undyne สั่งให้เราเร่งไฟสูงๆ สูงขึ้นอีก จนในที่สุด Undyne เร่งไฟแทนเรา จนบ้านเกิดแรงระเบิดและบ้าน Undyne ไฟใหม้
Undyne รู้สึกเสียใจนิดๆ และคิดว่าเราจะไม่คบด้วย ก่อนจะโจมตีเรา เราโต้กลับไป 1 ดาเมจ (Fake Attack) Undyne รู้สึกได้ว่าเราไม่ได้ต้องการจะทำร้ายเธอจึงได้ เธอจึงได้บอกว่าเธอเองก็ไม่ต้องการที่จะทำร้ายเรา และทำเธอนึกถึงคนที่เธอเคยสอนให้สู้ เธอคิดว่าเราไม่ใช่ “ขี้แพ้” ธรรมดาแต่เป็น”ขี้แพ้ที่มีหัวใหญ่อันยิ่งใหญ่” เหมือนคนๆนั้น เธอรู้สึกได้ว่าไม่ช้าก็เร็วเรายังไงก็ต้องสู้กับ Asgore เธอให้ลองคุยกับเขาดู และถ้าหากเราฆ่า Asgore เธอจะเอาวิญญาณมนุษย์มาและข้าม Barrier มาตบเกรียนเรา และเธอก็ได้พาเราออกจากบ้านที่ไฟใหม้ Undyne บอกกับเราว่าวันหลังน่าจะไปเที่ยวด้วยกันอีก ในขณะเดียวกันเธอก็ต้องไปอยู่กับ Papyrus แทน หากต้องการเธอให้มาหาได้ที่บ้าน Papyrus แถวๆ Snowdin ก่อนจะจากกันเธอได้ให้จดหมายเราไปส่ง Dr.Alphy
>>กลับมาที่Hot Land <<
และเราได้ตรงเขาไปยัง Lab ของDr.Alphy
"D-Do , do you like anime?"
เราได้พบDr.Alphy ซึ่งได้ตามดูเราจากจอมอนิเตอร์ของเค้าตั้งแต่เราออกจากบ้านของTorielมา เค้าได้อธิบายเราในเรื่องราวต่างๆของ Underground เค้าได้ปรับเปลี่ยนโทรศัพท์เราพร้อมสมัรเว็บ social ของโลกใต้ดินให้ เพื่อที่เค้าจะติดต่อสื่อสารได้
ระหว่างนั้น ก็มีหุ่นยนตร์ตัวหนึ่ง นาม Mettaton หุ่นยนต์ที่Dr.Alphy สร้างขึ้นมาเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับสัตว์ประหลาดใน Underground และมีฟีเจอร์ที่Dr.Alphy พยายามจะเอาออกแต่ก็เอาออกไม่ได้ก็คือ
“Anti-Human (การกำจัดมนุษย์ )” นั่นหมายความว่า Mettaton เป็นหุ่นยนต์ที่ต้องการที่จะกำจัดเรา และเอนเตอร์เทนคนดูไปด้วยนั่นเอง
Mettatonได้โผล่ขึ้นมา และถามคำถามเรา ถ้าเราตอบผิด ก็จะถูกทำร้ายทันทีไม่มีข้อแม้
โดย Dr.Alphy จะคอยทำมือเป็นสัญลักษณ์ A B C D คอยช่วยเราแบบเงียบๆ แต่ยกเว้นอันที่มีแต่คำตอบHack Yeah เลือกอันใหนก็ได้ แต่จะมีอันนึงที่ถามว่า Dr.Alphy แอบชอบใครอันนี้ 2 ข้อหลักๆที่ดูเป็นไปได้ ก็คือ Asgore กับ Undyne
Asgore เหมือนจะเป็นตัวเลือกเก่าของเธอเพราะเธอสร้าง Mettaton ขึ้นมาเพื่อเอาใจ Asgore ให้เลือกเธอเป็น Royal Scientist บวกกับที่แอบชอบ Asgore นิดๆ ส่วน Undyne เหมือนจะเป็นตัวเลือกปัจจุบันเพราะ Mettaton กล่าวว่าถึงขณะที่ Dr.Alphyแต่งนิยายถึง Undyne กับเธอเองเป็นตุเป็นตะเลย
และเราก็ผ่านมันมาได้โดยMettatonจะกลับมาพร้อมความโหดมันฮาอีกครั้ง
เมื่อเราผ่านจุดนั้น ออกมาเรายังคงเจอปริศนา และDr.Alphy ก็ได้ช่วยเราโดยการแนะนำเสมอๆ แต่บางครั้งก็ดันผิดเวลาจนพลาด แถมบางครั้งเราแก้เสร็จแล้วก็เพิ่งมาบอก แถมยังอัพเดท สเตตัสผ่าน Undernet ขัดจังหวะเราบางครั่งด้วย จนกระทั้งเราพบ Mettaton อีกรอบนึง คราวนี้ในรายการทำอาหารของเขา เขากล่าววันนี้จะทำเค้กกันแต่ขาดส่วนประกอบเพียงอย่างเดียวฉะนั้นวันนี้เราจึงจะใช้ “วิญญาณ” ของเราแทน แต่ทันใดนั้น Dr.Alphy ก็โทรมาขัดจังหวะและให้เปลี่ยนไปใช้ส่วนประกอบอื่นแทน Mettaton จึงให้เราไปหยิบของที่ว่านั้นแต่ชั้นว่างของกลับขยายความสูงไปเรื่อยๆ Mettaton บอกว่าถ้าเราไม่ไปเอาภายใน 1 นาทีจะเอาวิญญาณเราเหมือนเดิม แต่ Dr.Alphy ได้ลงแอพที่ทำให้โทรศัพท์เราเป็น Jet Pack เรียบร้อยแล้ว เราจึงผ่านพ้นมาได้ด้วยดี แต่อีกครั้ง Mettaton ก็ยังไม่หยุดคราวนี้เราหลุดเข้าไปในรายการข่าวของเขาโดยคราวนี้หากไม่กู้ระเบิดลูกเล็กที่เขาวางใว้รอบๆแถวนั้นเขาจะจุดระเบิดลูกใหญ่จนเราไม่รอด Dr.Alphy บอกกับเราเธอได้ลงแอพกู้ระเบิดใว้ให้แล้วเพียงเราเข้าไปไกลและกู้ระเบิดให้หมดก็ถือว่าปลอดภัย เมื่อเรากู้ระเบิดทั้งหมดมาได้ ก็ยังต้องมาเจอกับ.....
Muffet ปีศาจแมงมุมสาว
"I heard that they hate spiders"
เราได้สู้กับMuffet
Muffetได้พูดเกี่ยวกับการเอาวิญญาณของเราไปให้คนที่มาขอให้เธอจับตัวเรา โดยแลกกับเงิน ซึ่งเธอบอกว่า มันจะทำเงินมหาศาลและ เป็นการช่วยเหลือแมงมุมที่ติดอยู่ใน Ruin รวมช่วยสนับสนุนSpider Clan ของเธอให้อยู่ได้อย่างมีความสุข
เราสู้กับเธอไปได้สักระยะ แต่ถ้าหากเรามีของที่ซื้อจากร้าน Muffet หรือ ใยแมงมุมที่ Ruin แล้วใช้มัน Muffetจะปล่อยเราไป แต่ถ้าหากสู้ต่อไปจนกระทั่งมีแมงมุมตัวนึงเดินเข้ามาบอกMuffetว่า เป็นการเข้าใจผิด Muffetก็จะปล่อยเราไป
“ABSOLUTELY beautiful”
เมื่อเราเดินออกมาจาก Muffetได้ไม่นานเราก็เจอกับเจ้า Mettaton อีกแล้ว คราวนี้เจ้านี้ออกมาร้องเพลงละครที่ทำนองน่ารำคาญมากๆ และ เขาได้วางกับดักให้เดินผ่านแทบพื้นสีเหมือนตอนของ Papyrus แต่คราวนี้มีเวลาจำกัดเดินให้ไกลที่สุดและ Dr.Alphy จะช่วยเราในที่สุด แต่คราวนี้ Mettaton ไม่ปล่อยเราไปง่ายๆ เขาได้เขามาโจมตีเรา แต่เช่นเคย Dr.Alphy ได้โทรมาบอกเราว่าได้เพิ่มฟีเจอร์ที่ทำโทรศัพท์เรากลายเป็นปืน เรายิง Mettaton ทีนึงก่อนที่เขาจะจากไป
ต่อมาเราเดินมาจนถึงหน้ารีสอร์ตของ Mettaton ข้างหน้าจะมี Sans รอเราอยู่Sans ได้ชวนเราไปกินข้าวด้วยอีกครั้งหลังจากที่ Sans พาเราเข้ามาก็ได้ชวนคุยถามไถ่เราสารพัดจนกระทั้ง Sans ได้เล่าเรื่องของเขาบาง
วันหนึ่ง Sans ที่นั้งอยู่ตรงบูทเพื่อมองหา มนุษย์ รู้สึกเบื่อๆ เขาก็ได้เดินเข้าป่า Snowdin และเจอประตูบานใหญ่ที่ล้อคข้างใน Sans คิดว่ามันเป็นที่เหมาะมากในการฝึกเล่นมุขตลก เคาะประตู(มุข Knock Knock ของฝรั่ง) และในอีกวันหนึ่งเขาก็เคาะประตูเหมือนเดิม เขาเคาะประตู และพูด Knock Knockและทันใดนั้นอีกด้านหนึ่ง เขาได้ยินเสียงผู้หญิง(Toriel)ตอบกลับมาและถามว่า “ใครนะ” Sans ต่อกลับว่า “dishe”ฝั่งนั้นจึงถามกลับ “dishe who? (ใครเหรอdishe?)” Sans ตบมุขกลับไป “dishe a very bad joke(This is a very bad joke)” ฝั่งนั้นขำกลับมาเหมือนเป็นมุขที่ไม่เคยได้ยินมา 100 ปี ก่อนที่ Sans จะปล่อยมุขออกมาเรื่อยๆ และหลังจากนั้นฝั่งนั้นก็ได้เป็นฝ่ายเคาะบาง Sans พูดกลับไปว่า “who there” ฝั่งนั้นตอบกลับ “old lady” Sans ถามกลับ “old lady who?” ฝั่งนั้นตอบกลับ “oh I did not know you could yodel”
(แอดไม่เก็ทมุขขอโทษที) และ Sans กับฝั่งนั้น ก็ได้ปล่อยมุขไปมา ชั่วโมงกว่าๆ และในที่สุด Sans ก็ต้องไปเล่านิทานก่อนนอนให้ Papyrus ฝั่งนั้นบอกให้ Sans มาหาอีก Sans ก็มาอีกตามสัญญา และในที่สุดก็ทำเป็นประจำ และในวันหนึ่งSans ก็สังเกตได้ว่า ฝั่งนั้นไม่ค่อยขำเท่าไร Sans จึงทักว่าเป็นอะไรเหรอ ฝั่งนั้น ตอบกลับมาว่าหากมีมนุษย์ผ่านประตูไป ช่วยสัญญาได้ไหม ว่าจะช่วยคุ้มครองและดูแลเขา ได้ไหม? Sans บอกว่าไม่อยากสัญญาเท่าไร แต่ใครก็ตามที่ยอมฟังมุขตลกร้ายจากเขาเอง ก็ก็คงไม่กล้าตอบไม่เหมือนกัน และถามว่าเราเข้าใจไหมในสิ่งที่เขาพูด และ ถามอีกรอบว่า รู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเขาไม่ทำสัญญากับผู้หญิงหลังประตูนั้น.........
*YOU’D BE DEAD WHERE YOU STAND.
ทุกอย่างเงียบกริบ......
แต่ Sans ยิ้มและบอกว่าเขาแค่ล้อกันเล่นเฉยๆ(โถ่ ไอ้@#$!%%@$) และเขาได้บอกว่าไม่ใช่เขาเหรอที่ตามปกป้องเรามาตลอด และบอกว่าไม่เห็นเราตายเลยสักครั้ง ก่อนจะบอกให้เราดูแลตัวเองดีๆมีคนห่วงเราอยู่ ก่อนจะจากไป
ในระหว่างทางจะมี ร้านขายของอยู่2ร้านคือ Bergerpant กับ Bratty และ Catty และหาซื้อสิ่งที่ถูกใจได้ตามต้องการก่อนจะเข้าสู่โซนทัดไป
>>Core<<
The Core คือแหล่งพลังงานที่แปลงพลังงานความร้อนให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าเวทย์มนต์ หลั่งไหล่สู่ทุกเมืองในใต้ดินแห่งนี้ และในนั้นจะมีลิฟท์ที่นำทางไปสู่วังของ Asgore โดยตรง และเธอสามารถกลับบ้านได้จากทางนั้น
-Dr.Alphy
เมื่อเรามาถึงที่นี้ทุกอย่างเริ่มไม่ง่ายอย่างที่หวังใว้ Mettaton ได้จ้างสัตว์ประหลาดระดับสุดท้ายเพื่อที่จะฆ่าเราอยู่เต็มไปหมด เราจะได้พบกับ Final Frogit และ ตัวอื่นๆที่เหมือนใน Ruin แต่โหดกว่า ผ่านมาได้จนถึงเกือบทางออก ก็พบกับเจ้า Mettaton
ซึ่งเมื่อเราเข้าห้องนั้นไป เราได้เจอกับเมธาธอน เค้าได้พูดว่า ถ้าได้วิญญาณเรา เค้าจะออกไป และไปเป็นซุปเปอร์สตาร์ของโลกมนุษย์ และเมื่อกำลังสู้ แอลฟี้ได้บอกเราว่า เมธาธอนมีสวิตซ์อยู่ข้างหลัง และนั่นเป็นวิธีจัดการเค้า เมื่อเราหลอกให้เค้าหันหลังให้เรา เราได้ไปสับสวิตซ์นั้น แบะตัวเค้าได้เปลี่ยนร่างเป็นนนนนนนMETTATON EX เค้าแอ๊กท่าทางต่างๆมากมาย มีผู้ชมดูเค้าอยู่มากมาย รวมถึงเราด้วยโดยในระหว่างนี้ทุกครั้ง เรตติ้งพุ่งไปเรื่อยๆ Mettaton จะเปิดจุดอ่อนที่เป็นหัวใจออกมาให้ยิงเรื่อยๆ เรียกได้ว่ายิ่งสูงมากเท่าไรจะยิ่งเปิดออกมาให้เรายิงบ่อยมากเท่านั้น พอเราสู้ไปสักพัก Metaton จะให้เรากล่าวอะไรสักอย่างที่ตัวเราชอบสำหรับเขาโดย ผมจะบอกสิ่งที่พอจะรู้ พร้อมเรตติ้งที่ได้หลังพิพม์ไป
LEGS – 350
TOBY - 300
DANCING – 250
VOICE – 200
HAIR – 200
ไม่พิพม์อะไรเลยได้ 80 ส่วนพิมพ์มั่วๆโดยไม่มีคำหยาบจะได้ 100 เพราะ เขาจะคิดไปเองว่าเขาสวยมากจนบรรยายออกมาเยอะขนาดนั้น ถึงจะอ่านไม่รู้เรื่องก็เหอะ แต่หากพิมพ์คำหยาบ -150 ทันที โดยเขาจะบอกหลายการเป็นหลายการเหมาะสำหรับครอบครัว
เราได้สู้กับเค้าไปเรื่อยๆจนแขนและขาMetatonหลุด เค้าได้บอกว่า นี่คือโชว์สุดท้ายของเค้า ละได้ปล่อยให้มีผู้ชมโทรเข้าหาเค้า ซึ่งผู้ชมที่โทรเข้ามาต่างก็ให้กำลังใจเค้าทุกคน และบอกว่าถ้าเป็นโชว์สุดท้าย จะเป็นโชว์ที่ยอดเยี่ยม บ้างก็บอกว่าไม่อยากให้เป็นโชว์สุดท้าย Metatonทราบซึ้งใจ กล่าวขอบคุณ และแบตก็ได้หมดไป... Dr.Alphy เข้ามา และบอกว่าเธอจะเป็นคนจัดการต่อเอง และเราได้เดินทาต่อไปยังปราสาท Asgore
>>New Home<<
เราได้เดินเข้าไป มีปีศาจมาพูดเรื่องราวมากมายให้เราฟังแต่พอจะจับใจความและแปลออกมาได้ดังนี้
“นานมาแล้วมีมนุษย์(Chara)ตกลงมาและบาดเจ็บจึงเรียกหาความช่วยเหลือ Asriel บุตรของพระราชาได้ยินเข้าและพาตัวกลับมายังประสาท ตลอดมา Asriel และมนุษย์เริ่มสนิทกัน ราชีนีและพระราชาได้เลี้ยงดูมนุษย์เหมือนลูกของตัวเอง ใต้ดินแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยความหวัง จนวันหนึ่งมนุษย์ได้ล้มป่วยลง มนุษย์ได้ข้อสิ่งสุดท้าย นั้นก็คือการที่ได้เห็นดอกไม้จากหมู่บ้านที่จากมาแต่เราก็ไม่สามารถทำอะไรได้ วันต่อมา มนุษย์ได้ตายลง Asriel ที่เศร้าโศกจึงได้กลืนวิญญาณมนุษย์ และกลายเป็นสิ่งที่มีพลังมหาศาล ด้วยวิญญาณของมนุษย์ Asriel อุ้มร่างมนุษย์และข้าม Barrier ไปในแสงอาทิตย์ไปยังหมู่บ้านของมนุษย์ Asriel ได้มาถึงกลางหมู่บ้านและได้เห็นเหล่าดอกไม้สีเหลืองเขาจึงได้อุ้มมนุษย์ไปยังที่นั้น แต่ทันใดนั้น เสียงตกใจก็ได้ดังขึ้นทุกคนในหมู่บ้านคิดว่า Asriel ได้ฆ่ามนุษย์ที่อุ้มอยู่ มนุษย์ในหมู่บ้านจัดการเขาด้วยทุกสิ่งที่มี เขาหยุดนิ่งไปหลังการโจมตีทุกๆครั่งAsriel มีพลังมหาศาลที่จะทำลายพวกเขาแต่เขากลับไม่สู้กลับAsriel ยิ้มให้มนุษย์พวกนั้นและเดินจากไป เขาบาดเจ็บและมาสะดุดอยู่หน้าบ้าน เขาได้เข้าไปในประสาทและล้มลง เท่าถ่านของเขากระจายไปทั่วสวนดอกไม้ อาณาจักรเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ราชีนีและราชาได้เสียบุตรไปถึง 2 คนเพียงคืนเดียว เป็นอีกครั้งที่มนุษย์ได้พรากทุกอย่างจากเราไป ราชาได้ตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่จะจบความเจ็บปวดของพวกเรา มนุษย์ที่ตกลงมาต้องตาย เมื่อมีวิญญาณมากพอ เราสามารถที่พัง Barrier และออกไปได้ไม่นานนักหรอก.... พระราชาAsgoreจะปลดปล่อยเรา,พระราชาAsgoreจะให้ความหวังเรา,พระราชาAsgoreจะช่วยเราทั้งหมดเธอเองก็ควรจะยิ้มใว้,ไม่ตื้นเต้นเหรอ?,ไม่ดีใจเหรอ? ที่เธอจะเป็นอิสระ”
เราเดินมาถึงฮอลก่อนถึงในปราสาทของAsgore เราได้เจอSansเขาพูดว่าในที่สุด เราก็มาถึงจุดจบสักที และในไม่ช้าเราก็จะได้พบกับพระราชา และจะได้กำหนดชะตากำของโลกนี้ ตอนนี้เราจะถูกตัดสินจากการกระทำทุกๆอย่างที่เราทำมา รวมถึง EXP ที่เราได้มา
และ Sansจะอธิบายเราว่า LOVE คืออะไร และ EXP คืออะไร
“EXP = Execution Points“
“มันเป็นปริมาณที่เธอได้สร้างความเจ็บปวดแก้ผู้อื่น เมื่อเธอฆ่าใครสิ่งนี้จะเพิ่มขึ้น เมื่อมีมากพอ….รวมถึง.....”
“LOVE = Level Of ViolencE”
“สิ่งนี้ก็จะเพิ่มตามไปด้วย มันเป็นตัวกำหนดว่าได้ฆ่าใครไปถึงระดับใหน ยิ่งฆ่าก็เป็นการเพิ่มระยะห่างตัวเธอเองมากเท่านั้น ยิ่งห่างมาก เธอก็จะยิ่งเจ็บน้อยลง นั้นทำให้ง่ายที่จะไปทำร้ายคนอื่นได้อีก แต่เธอไม่เคยได้ LOVE เลยสักครั้ง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอดูไร้เดียงสาเลย เพียงแต่เธอมีความอ่อนโยนอยู่ในหัวใจต่างหาก ไม่ว่าเธอจะเจอความยากขนาดใหนหรืออุปสรรค์เพียงใด เธอกลับทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่ยอมรับการฆ่าใครก็ตาม ถึงแม้เธอจะวิ่งหนีก็ได้ แต่กลับยิ้มให้ เธอไม่เคยได้ LOVE เลยแต่เธอได้ Love(ความรัก)แทน มีเหตุผลดีมั่ยละ?คงไม่มั่ง และในบัดนี้ เธอจะได้เจอกับความท้าทายที่สุดในการประจนภัยทั้งหมด การกระทำของเธอทั้งหมดจะเป็นการตัดสินชะตาต่อโลกใบนี้ ถ้าหากเธอไม่สู้ Asgore จะเอาวิญญาณเธอไปและทำลายมนุษย์ แต่หากเธอฆ่าเขาและกลับบ้าน สัตว์ประหลาดจะยังคงติดอยู่ที่นี้ เธอจะทำยังไงละ? ยังไงก็ดีถ้าฉันเป็นเธอคงโยนผ้ายอมแพ้ไปแล้วละ แตเธอคงไม่ได้มาถึงขนาดนี้เพื่อยอมแพ้ใช่มั่ยละ? ใช่แล้วเธอมีบางสิ่งในตัวที่เรียกว่า “ความุ่งมั่น” ตราบใดที่เธอยังยืนอยู่ ตราบใดที่สิ่งที่เธอทำยังอยู่ในหัวใจ ฉันเชื่อว่าเธอจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง เอาละ เด็กน้อย พวกเราคาดหวังในตัวเธอนะ โชคดี”
“It’s nice to meet you , human”
เราได้พบตอนแอสกอร์กำลังรดน้ำต้นไม้ ซึ่งเค้าก็บอกให้เรารอสักหน่อย เมื่อเค้าหันมาเจอเราเขาตกใจเล็กน้อย ก่อนจะบอกว่าเขาเองกะจะหันมาถามว่าสนใจ ชาสักแก้วมั่ย? แต่เหมือนจะเราจะรู้ว่าต้องเป็นยังไง รู้ใช่มั่ยว่าเขาจะทำยังไง และบอกว่าถ้าหากพร้อมให้ตามเข้ามาข้างหลัง เมื่อเราตามเข้าไปเขาจะถามอีกครั่งว่าพร้อมรึยัง? เขาก็ได้บอกว่าตัวเขาเองก่อนยังไม่พร้อม จนมาถึงห้องสุดท้ายเขาก็ได้อธิบายว่า
”เจ้าสิ่งนี้คือ Barrier ที่ขังพวกเราใว้ในใต้ดินแห่งนี้ ถ้าหากเธอมีโอกาศที่ยังทำธุระที่ยังทำไม่เสร็จ โปรดไปทำก่อนเถอะ
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะกลับไป หา Dr.Alphy ฉะนั้นอย่าเพิ่งสู้กับเขา
>>เดทสุดท้าย Dr.Alphy<<
ให้กลับไป Lab ของ Dr.Alphy เอาจดหมายใส่ใต้ประตู เธอจะตอบกลับมาและเปิดอ่าน พออ่านจบเธอจะเปิดประตูออกมาถามว่านี้เล่นตลกรึเปล่าก่อนจะตกใจว่าเป็นเราที่เขียนจดหมาย(มโน) ก่อนจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและไปเดทกับเรา ก่อนจะถามว่า เธอดูเป็นยังไงบาง?(55555555555555555555555 //Black)
ก่อนจะบอกว่าเพื่อนเธอเป็นคนช่วยเลือกชุด (พวก Catty) และก็เริ่มการเดท แต่ Dr.Alphy ขัดจังหวะหยุดใว้ก่อนและให้อุปกร์ที่จะทำให้เดทสำเร็จมากยิ่งขึ้นแก่เรา แต่ของทั้งหมดเหมือนเธอเตรียมมาให้ Undyne ทั่งนั้น และก็เริ่มการเดทกันได้สักที เธอถามเราว่า
"D-Do , do you like anime?"
<ชอบอนิเมะรึเปล่า?>
ตอบๆไปเหอะไม่มีอะไรหรอก หลังจากนั้นเธอจะพาเราที่กองขยะก่อนหน้านี้ที่เราตกลงมาเพื่อไปเดทกัน ก่อนจะเล่าว่าที่นี้คือที่ๆ เธอ กับ Undyne มาด้วยกันตลอด ก่อนจะตกใจที่เธอเห็น Undyne แล้วไปซ่อนเพราะไม่อยากให้รู้ว่าเธอมาเดทกับเรา Undyne เข้ามาหาและบอกว่าจะไปส่งจดหมายด้วยตัวเอง แต่เราดันไม่มีมันแล้วก่อนจะถามว่าเห็น Dr.Alphyรึเปล่า
ในส่วนนี้ Yes หรือ No ไม่สำคัญ เพราะยังไงเธอก็จะพยายามหา Dr.Alphy แถวๆนั้นอยู่ดี

ขอโทษที่ต้องขัดจังหวะครับ แต่เผอิญว่าลงได้ไม่หมด เพราะว่ามันยาวไป เพราะฉะนั้นอ่านต่อได้ที่นี่ครับ
https://goo.gl/Gv5Qy6
1
Liked by:

toey_wisarut

Member
LV. 1 Lurker
Post:
9
Score:
4
เมื่อ 08 Feb 2016 23:04:54
ถ้าให้ต่อคอมเม้นไปเรื่อยๆก็กลัวจะรกกระทู้ครับ เพราะว่ามันยาวมาก เพราะฉะนั้น
อ่านต่อได้ที่นี่เลยครับ
https://goo.gl/Gv5Qy6
ฝากติดตามพวกเราด้วย

honkuma

Skullgirls4Life
Member
LV. 1 Starter Fapper
Post:
43
Score:
6
เมื่อ 27 Feb 2016 14:27:03
กะไว้แล้ว ต้องมีลงมาเว็บนี่แน่ๆ ถถถถ :fckthat:
(หลบสปลอย์อย่างว่องไวลงมาถึงคอมเม้น)
LET'S GO SAMSON!!!!
allfilia.jpg

StomRider

Member
LV. 1 Starter Fapper
Post:
30
Score:
0
เมื่อ 29 Jun 2016 14:09:18
ขอบคุณครับที่ลง :blnkidea: :blnkidea:
pekhuB.gif

กรุณา login ก่อน comment หากยังไม่ได้สมัครสมาชิกกรุณาคลิก ที่นี่

เข้าสู่ระบบ