asdaddasd

20 ปีมาแล้ว ที่ Blizzard Entertainment สร้างเกมส์ที่โด่งดังจนพลุแตกมาหลายเกมส์ ตั้งแต่ Warcraft , Diablo , Starcraft จนมากระทั่ง DiabloIII ซึ่งวันนี้เราจะมาเปิดโปง... เอ้ย มาย้อนรอยตำนาน Blizzard กันครับ(ไม่ใช่ Daily Queen นะครับ)

asd

ปี 1991 ก่อตั้งบริษัท Silicon & Synapse โดย Allen Adham, Frank Pearce, and Mike Morhaime ซึ่งได้สร้างเกมส์ RPM Racing ออกมาเป็นเกมส์แรกของบริษัท

asda  sdcf 

ปี 1993 สร้างเกมส์ The Lost Vikings and Rock N' Roll Racing และเป็๋นปีที่ได้รับรางวัล Software Developer of the year  และตอนธันวาคม ทางบริษัทก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Chaos Studios และได้เติบโตจนมีผู้ร่วมงานทั้งสิ้น 15 ชีวิต

asda

asda  asd

ปี 1994 ได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Blizzard Entertainment จนกระทั่งทุกวันนี้ และช่วงเดือน พฤษจิกายนปีเดียวกันก็ได้เปิดตัวเกมส์ในตำนานเกมส์แรกก็คือ Warcraft: Orcs & Humans หรือ Warcraft ภาคแรกภายใต้ชื่อ Blizzard Entertainment นี้เองครับ และในเดือนถัดไปหรือ ธันวาคม ก็ได้เปิดตัวเกมส์ Blackthorne ออกมาอีกเกมส์ครับ

asd  asdasd

asdad

 asda  asdad

ปี 1995 วางจำหน่ายเกมส์ Justice League Task Force บนเครื่อง Sega Genesis และ Super Nintendo.และปีเดียวกันในเดือนมิถุนายนก็วางจำหน่ายเกมส์ The Death and Return of Superman ต่อมาในเดือนสิงหาก็ได้ย้ายบริษัทไปอยู่ใน Irvine, California และได้เปิดตัวเว็ป Blizzard.com เป็นครั้งแรกในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน และปิดท้ายด้วยมหากาฟย์เกมส์แห่งปี Warcraft II: Tides of Darkness ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นปีของ Blizzard เลยทีเดียวครับ

asda  asdas

asdasd  asdsad

ปี 1996 เปิดตัว Warcraft II: Beyond the Dark Portal ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นภาคต่อของ Warcraft II: Tides of Darkness อีกทีครับ และในเดือนตุลาคมก็ได้มีข่าวออกมาว่า Warcraft II ได้ขายออกไปแล้วทั้งสิ้น 1.2 ล้านชุด ซึ่งเรียกได้ว่าเยอะมากๆๆๆ สำหรับยุคนั้นครับ เพราะยุคนั้นยังแทบไม่มีใครมีคอมพิวเตอร์เท่าไหร่ และปิดท้ายในเดือนธันวาคมด้วยการเปิดตัวเกมส์(พังเม้าส์)อันดับ 1 ในตำนานอย่าง Diablo ภาคแรกที่ขายดีตลอดกาล(ในช่วงนั้น) พร้อมกับเปิดตัว Battle.net ที่ไว้สำหรับเล่นเกมส์ Diablo ออนไลน์ผ่านเน็ท จึงพูดได้เลยว่าปีนี้เป็นปีทองของ Blizzard เลยก็ว่าได้ครับ

asd

ปี 1997 เพียงเดือนเดียว Battle.net ก็ได้มีผู้สมัครไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 150,000 คน และได้มีการเล่นเกมส์ผ่านเน็ทกันกว่า 1.5 ล้านครั้งในเดือนเดียว(ไม่เกรงใจเน็ท 56k เลย)

asd  asda

ปี 1998 เปิดตัว Ragnarok online beta... เอ้ย ไม่ใช่ละ ทาง Battle.net มีผู้ใช้งานมากกว่า 1,500,000 คนทั่วโลก และในปีนี้เองก็เปิดตัวตำนานบทใหม่ นั่นก็คือเกมส์ Starcraft ภาคแรกครับ ซึ่งเพียงแค่ 3 เดือน ก็สามารถจำหน่ายได้ 3 ล้านชุดเป็นที่เรียบร้อย และแน่นอน สิ้นปีต้องมี Surprise โดยการเปิดตัว Starcraft: Brood war ซึ่งขายได้ 1.5 ล้านชุดอย่างรวดเร็ว ครองสถิติเกมส์ขายดีไปอยากง่ายดาย และในเดือนเดียวกันทาง Battle.net ก็ได้ประกาศว่ามีผู้สมัครแล้วทั้งสิ้น 4 ล้านคน

asd

ads  xzc

ปี 1999 ในเดือน พฤษภาคมทาง Blizzard ได้ส่งแผ่น Starcraft ไปกับกระสวยอวกาศที่มีภารกิจบินไปยังสถานีอวกาศแห่งชาติครั้งแรก และอีก 2 เดือนถัดมาก็ได้ย้ายที่ทำงานอีกครั้งมายังตึกที่มีความกว้าง 50,000 ตารางเมตร(จะใหญ่ไปไหน) และในเดือนตุลาคมก็ได้มีข่าวออกมาว่าได้ขาย Starcraft ให้ทางเกาหลีใต้ไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 1.5 ล้านแผ่นซึ่งทำให้เป็นเกมส์ที่ดังที่สุดในเกาหลีใต้ จนถึงปัจจุบันเลยทีเดียวครับ(ถ้าใครเคยดูแข่งแล้วจะหลอน เล่นกันไปได้ไง = ='')

asda   asd

ปี Y2K(2000 นั่นแหละ) เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่กับเกมส์หยุดโลก(และปุ่มคลิกซ้าย) กับเกมส์ Diablo II ซึ่งเป็นภาคที่ดังที่สุด ดังตลอดกาล ดังแบบหยุดไม่อยู่ จนสามารถขายได้ 1 ล้านแผ่นในเวลาเพียงแค่ 3 อาทิตย์เท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าเป็นขายเกมส์ที่ไวที่สุดในโลก ณ ตอนนั้นเลยทีเดียว จนทำให้เกิดวิกฤตการณ์เม้าส์ขาดตลาดเนื่องจากปุ่มคลิกซ้ายได้สละชีวิตเพื่อมวลมนุษยชาติกันหมด(ผมคือ 1 ในนั้น) และในเดือนเดียวกันก็ได้เปิดตัว Starcraft 64 บนเครื่อง Nintendo 64 ครับ

asd

ปี 2001 เม้าส์ทั้งโลกก็ได้ตกอยู่ในความหวาดกลัวอีกครั้ง เพราะทาง Blizzard ได้ปล่อย Ultimate skill หรือก็คือ Diablo II: Lord of Destruction นั่นเองครับ เรียกได้ว่าเป็นภาคเสริมที่สมบูรณ์แบบมากๆ ทำให้เม้าส์ผมต้องสังเวยไปอีก 2 อันถ้วน

asdsad

ปี 2002 เปิดตัวตำนานบทใหม่ของ Warcraft หรือก็คือ Warcraft III นั่นเองครับ เป็นภาคที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุด และติดอันดับขายดีและไวที่สุดตลอดกาลไปอีกเกมส์ครับ

 asd

ปี 2003 เปิดตัวตำนานบทต่อ Warcraft III: The Frozen Throne หรือก็คือภาค Arthas บทคนแก่นั่นเอง(ว่าไปนั่น) ซึ่งเปิดตัวมาก็ขายได้ 3.5 ล้านชุด ทำให้ยังคงเป็น 1 ในเกมส์ที่ขายดีที่สุด(อีกแล้ว) ใน 8 เกมส์ของค่ายนี้ครับ

asdad

ปี 2004 เดือนพฤษจิกายน ก็ได้เปิดตัวเกมส์ Online ที่ดังที่สุดในโลกนั่นก็คือเกมส์ WoW หรือ World of Warcraft นั่นเองครับ ซึ่งเปิดตัวมาก็ขายดีมากๆ(อีกแล้ว) นับได้ว่าเป็นเกมส์ที่ 9 ของทาง Blizzard ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าครับ

asd  asd

ปี 2005 WoW ก็ได้มีการเปิดตัวตามประเทศต่างๆทั่วโลกจนกระทั่งมีคนเล่นทั้งหมดกว่า 4 ล้านคนในเดือน สิงหาคม และในเดือน ตุลาคม ก็ได้มีงาน BlizzCon ออกมาเป็นครั้งแรก จนกระทั่งเดือนธันวาคม ก็ได้มีคน Subscriber เกมส์ WoW รวมทั้งสิ้นกว่า 5 ล้านคนทั่วโลกครับ

asd  asd

ปี 2006 เดือนกุมภาพันธ์ ได้มีการจัดงานแข่งแบบ Worldwide แห่งที่ 2 ในเกาหลีใต้ และเดือนตุลาคมได้เปิดตัวเกมส์ World of Warcraft Trading Card Game ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Make Love, Not Warcraft."

asda  asd

adasd

ฟกห  asda

ปี 2007 เดือนมกราคม ก็ได้วางจำหน่ายเกมส์ World of Warcraft: The Burning Crusade ซึ่งสามารถทำยอดขายได้ 2.4 ล้านแผ่นในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง(ไวไปไหม) เรียกได้ว่าเป็นเกมส์ที่ขายได้เยอะและเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียวครับ และต่อมาในเดือนมีนาคม WoW ก็ได้มีคน Subscriber ครบ 8.5 ล้านคนเป็นที่เรียบร้อย และในเดือนพฤษภาคมนั้นก็เปิดเผยเกมส์ภาคต่อที่คนทั้งโลกเฝ้ารอมานานก็คือ Starcraft 2 นั่นเอง และในเดือน สิงหาคม ก็ได้เปิดงาน BlizzCon ครั้งที่ 2 ที่ Anaheim, California และสิ้นปีก็ได้มีการย้ายออฟฟิศ (อีกละ) เข้าไปในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ที่มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดขึ้นครับ

ฟหก  ฟหกฟ

ฟหกฟห

ฟหกฟ  ฟหกหฟ

 ปี 2008 มกราคม ได้มีคน Subscriber WoW ครบ 10 ล้านคนเป็นที่เรียบร้อย และในเดือนมิถุนายนก็ได้จัดงานแข่งขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ครับ และปีนี้ยังมี Event สำคัญมากๆคือ Activision ได้ร่วมมือกับ Blizzard ภายใต้ชื่อ Activision Blizzard ครับ และในงาน BlizzCon ปีนี้ยังได้มีการเปิดเผย World of Warcraft: Wrath of the Lich King, StarCraft II, and Diablo III Wizard Class ครับ และที่สำคัญในเดือนพฤษจิกายน ได้มีการวางจำหน่าย World of Warcraft: Wrath of the Lich King ซึ่งสามารถจำหน่ายได้มากกว่า 2.8 ล้านชุดในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง เรียกว่าทุบสถิติตัวเองอีกแล้วครับ และในปีนี้ WoW ได้มีคน Subcriber ทั้งสิ้น 11 ล้านคนเป็นที่เรียบร้อยครับ

asdad

ปี 2009 ไม่มีอะไรมากครับ มีแค่งาน BlizzCon ครั้งที่ 4 ซึ่งได้มีการเปิดเผยเกี่ยวกับเกมส์ World of Warcraft: Cataclysm, StarCraft II และ Diablo III Monk Class ครับ

 adas  asdad

asdasd  asdasd

ปี 2010 ในเดือน มิถุนายน ก็ได้ปลดปล่อยพัธนาการเกมส์ที่ดองมากว่า 3 ปี ในที่สุดเกมส์ Starcraft II: Wing of Liberty ก็ได้วางจำหน่ายซักที และในเดือน สิงหาคม ก็ได้มีการเปิดตัว Battle.net 2.0 ที่สามารถดูการเล่นของเหล่าผู้เล่นเก่งๆทั่วโลกได้ เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของเหล่าคนชอบศึกษาวิธีการเล่นของผู้เล่นแนวหน้าเป็นอย่างยิ่ง และยังมีงาน BlizzCon ครั้งที่ 5 ในเดือนตุลาคม และที่สำคัญในเดือนธันวาคมก็เป็นเดือนที่ทั่วโลกต่างกระเป๋าฉีกเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ เพราะได้มีการวางจำหน่าย World of Warcraft: Cataclysm ซึ่งสามารถขายได้ 3.3 ล้านชุดในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง สร้างตำนานความสำเร็จ(อีกแล้ว)ให้กับ Blizzard อีกครั้งหนึ่ง

asda

ปี 2011 เดือนตุลาคมได้มีการจัดงาน BlizzCon ครั้งที่ 6 ที่ Anaheim Convention Center ซึ่งมีเกมส์เปิดตัวก็คือ Diablo III , Starcraft II : Heart of the Swarm, และ Blizzard All Stars. ครับ

asdFus Ro Dah!!!!!!!!!!!!

ปี 2012 เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เรียกได้ว่าเป็นเดือนที่โลกหยุดหมุนเมื่อ Diablo III ได้ออกวางจำหน่าย ซึ่งสร้างปรากฎการณ์อีกแล้วด้วยการขายได้ 3.5 ล้านชุดในเวลา 24 ชั่วโมง ทุบสถิติทั้งหมดที่เคยมีมาของค่าย Blizzard ครับ ทำให้เม้าส์ทั่วโลกนั้นอยู่ในวิกฤติ จนต้องมีการปฏิวัติวงการณ์ขนานใหญ่เพื่อรองรับเหตุการณ์เม้าส์พังทลายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

asdad

ทั้งหมดก็เป็นเหตุการณ์ตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบันของค่าย Blizzard ครับ ซึ่งผมบอกได้เลยครับว่าค่าย Blizzard Entertainment เป็น 1 ในค่ายสร้างที่ทำเกมส์ออกมาแล้วคนแทบไม่ผิดหวังครับ ซึ่งดูได้ง่ายๆก็คือ ยอดขายแต่ละเกมส์นี่เรียกว่าเบียดเกมส์คู่แข่งตกกระป๋องไปแบบขาดลอยแทบทุกเกมส์เลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นค่าย 1 ในดวงใจของผมเลยครับ แล้วคุณล่ะ?

ปล. ใช้เวลาเขียนทั้งสิ้นมากกว่า 6 ชั่วโมงโดยประมาณ แต่เพื่อชาว FAP เราทำได้ ขอบคุณครับ

ที่มาของข่าว : Blizzard Entertainment