SKYFALL

 

    คนให้ฉายาเขาเป็นสายลับที่ไม่มีวันตาย เสน่ห์แรงเป็นที่หนึ่ง อาวุธสุดไฮเทค รถสุดจ๊าบ เรื่องดื่มนี่ไม่ต้องพูดถึง ก็รู้ๆกันอยู่ว่าสายลับอังกฤษที่มีนามว่า เจมส์ บอนด์ผู้นี้ เขาเป็นเช่นไร เพราะด้วยอายุในวงการกว่า 50 ปี ทำให้เกือบทุกคนบนโลกต้องรู้จักชื่อของเขา เขามีลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ทำอะไรไม่เหมือนใคร คิดไม่เหมือนใคร มีอีกหลายอย่างที่ทำให้สายลับอังกฤษ ผู้มีเสน่ห์เป็นอาวุธนี้ ตราตรึงใจผู้ชมทั่วโลก แต่เมื่อไม่นานมานี้ คำนิยามบางคำก็ได้เลือนหายไปบ้าง ทำให้เจมส์ บอนด์กลายเป็นสายลับที่โหด ถึก แลดูซีเรียส ทำให้กลิ่นอายความเป็น "บอนด์" ลดลงมาพอตัว แต่ก็มีการผจญภัยครั้งใหม่ ที่มีชื่อตอนว่า SKYFALL ที่นำกลิ่นอายนั้นกลับมาอีกครั้ง

 

   เสน่ห์ของหนังบอนด์ ก็คงจะเป็นที่ความเป็นอะไรที่คลาสสิก มีความเท่อยู่ในตัว หรือเรียกง่ายๆว่ามีสไตล์นั่นเอง ต้องยอมรับเลยว่าสไตล์ของบอนด์ได้หายไปใน 2 ภาคก่อน แต่พอมาภาคนี้ เป็นเหมือนอะไรที่ชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ นำสิ่งที่เป็นคาแรคเตอร์ขึ้นมาใหม่ แต่เขาไม่ใช่แค่ก็อปแต่ของเก่าๆมาแต่มีการเปลี่ยนแปลง พูดได้เลยว่าครั้งใหญ่ เลยก็ว่าได้ เปลี่ยนแปลงจนบางทีก็ทำให้ผมอึ้งไปเหมือนกัน แต่อึ้งไปในด้านบวกนะ บวกมากๆด้วย คุณจะได้เห็นบอนด์ ในด้านที่คุณไม่เคยเห็น คุณจะได้เห็นทุกสิ่งในโลกของบอนด์ ในด้านที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน

 


   เนื้อเรื่องเป็นอะไรที่เข้มข้นมาก จัดอยู่ในระดับเดียวกับมนุษย์ค้างคาวเลยทีเดียว จนบางทีเด็กๆดูอาจจะตามไม่ค่อยทันในบางจุด เพราะเนื้อหาจะอัดเต็มตลอดช่วงเวลา 2 ชั่วโมงครึ่งนี้ แต่รู้สึกว่าเป็นอะไรที่ลื่นไหล ไม่ขัดมีการแอดทีฟของเนื้อเรื่องตลอดเวลา ขมิบเป็นช่วงๆเลยทีเดียว ขอย้ำว่าขมิบ! คุณอาจจะเคยมีประสบการณ์จากหนังมนุษย์ค้างคาวมาก่อน ถ้าไม่มีปัญหาทางด้านนั้น แสดงว่าคุณก็เข้าใจเนื้อเรื่องที่เขาจะสื่อได้ดีเลยทีเดียว เนื่องจากที่เนื้อเรื่องมีความเข้มข้นขึ้น
ฉากสนทนาากันก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย แต่เป็นบทสนทนาที่เป็นอะไรที่น่าจดจำ เพราะล้วนเป็นการสื่อคาแรคเตอร์ของแต่ละตัวละครเลย ฉะนั้น เด็กๆอย่าเพิ่งเบื่อ มันมีอะไรเยอะกว่าแค่บทสนทนาเสมอ ขอย้ำเลยว่ามีการ twist ของเนื้อเรื่องแน่นอน เป็นแนวที่เราไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับหนังบอนด์มาก่อน นับว่าเป็นอะไรที่โคตรน่าสนใจเลยทีเดียวส่วนหนึ่งของทั้งหมดก็ต้องมาจากผู้กำกับอย่าง Sam Mendes เพราะเขาคือผู้กำกับดีกรีรางวัลออสการ์ เขาเป็นแฟนตัวยงของหนังบอนด์ เขาใส่ใจในรายละเอียด บางทีจุดเล็กจุดน้อยของเรื่องนี้ สามารถบอกอะไรได้มากมาย อย่างที่บอกว่าเนื้อเรื่องกลายเป็นจุดขาย เราไม่อยากสปอย งั้นมาต่อที่เรื่องต่อไปกันเลยดีกว่า

 


   ฉากแอคชั่นเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ในหนังของบอนด์ เพราะมันเป็นหนังแอคชั่นนี่! แค่เปิดเรื่องมาคุณก็จะพบกับฉากแอคชั่นสุดอลังและเข้มข้นมาก ตัดสินกันเป็นวิๆมีความเป็นแอคชั่นสไตล์บอนด์ ถ้าคุณเข้าใจว่าผมหมายถึงอะไรอะนะ (ทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า) ตั้งแต่ฉากแรกยันฉากสุดท้าย เป็นฉากแอคชั่นที่ซับซ้อนพอตัว คือผมเปรียบเรื่องนี้กับ The Dark Knight เลยนะ เอาเป็นว่า อยู่ในเกรดเดียวกันเลยหละ ทำมาฟันกันเลยทีเดียว ทำเอาขมิบ ใจหาย พลักตัวละครไปให้ถึงที่สุด มีเท่าไหร่ ใส่ไม่ยั้ง ทำลายอะไรได้ ก็ทำลาย พอดีไม่อยากสปอยอะนะ ไม่อยากบรรยายมาก ต่อเรื่องต่อไปเลย ^^

 


    เสน่ห์ของมันจริงๆมันอยู่ที่ตัวละคร หรือคาแรคเตอร์นั่นเอง เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนชอบหนังบอนด์ จดจำหนังบอนด์ ซึ่งต่างจากเรื่องอื่น ที่เอาจากฉากก็บ้าง ความมันก็บ้าง เจมส์ บอนด์แน่นอนจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก Daniel Craig การกลับมาเป็นครั้งที่ 3 ของเขา ทำให้เขาดูโปรและเข้าใจบทมาก ทุกข์ก็ทุกข์หนัก เศร้าก็เศร้าหนัก ความฮาสไตล์บอนด์ภาคเก่าๆก็ได้กลับมาแล้ว  Judi Dench กลับมารับบทเป็นเอ็มเป็นครั้งที่ 7 แล้ว ภาคนี้เนื้อหาจะหนักไปที่เธอเลยหละ ต้องดูเอาเอง Javier Bardem มารับบทเป็น ราอุล ซิลว่า วายร้ายสุดซับซ้อนที่มีความแค้นเป็นแรงพลักดัน Naomi Harris นักแสดงผิวสีที่เคยรับบทเป็น คาลิปโซ่ ใน Pirates of the caribbean มาแสดงเป็น อีฟ ผู้ช่วยของบอนด์ เป็นตัวละครที่น่าสนใจเลยทีเดียว Bérénice Marlohe รับบทเป็น เซฟเวอรีน สาวลึกลับที่ทำงานให้กับราอุล ซิลว่า Ralph Fiennes เจ้าของบทโวลเดอร์มอร์ มารับบทเป็น แกเร็ธ มัลลอรี่ เจ้าหน้าที่รัฐบาลที่มียศสูงกว่าเอ็ม และ Ben Whishaw มารับบทเป็น Q ฝ่ายอุปกรณ์ลับและสุดยอดโปรแกรมเมอร์แห่ง MI6 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนคาแรคเตอร์ของคิวฉบับเก่าไปเลย นี่แค่ตัวละครหลักๆ ยิบย่อยมีอีกเยอะ

 


  เรื่องของสเปเชี่ยลเอฟเฟคนับว่าเด็ด เพราะว่าเนยนจนแยกไม่ออกเลยว่าอันไหนของจริงอันไหน CG แต่ก็จะมีบางฉากที่ดูออกเลยว่าเป็น CG อย่างชัดเจน แต่ไม่ได้น่าเกลียดอะไรเลย ก็ยังดีกว่าหนังยิงแหลกบางเรื่องหลายเท่า ^^ เอาเป็นว่าเขาไม่ได้ขายที่ CG เขาขายที่ฉากแอคชั่นสมจริงที่ถ่ายจากกล้อง เพราะทางผู้กำกับไม่ใช่เป็นคนปลื้ม CG เท่าไหร่อยู่แล้ว

  ทางด้านเสียงประกอบก็ได้นักประพันธ์เพลงผู้ที่เคยถูกเสนอชื่อรางวัลออสการ์สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยมอย่าง Thomas Newman มาเป็นผู้ประพันธ์และบรรเลง แฟนๆบอนด์จะรู้สึกแปลกๆไปกับแนวดนตรีที่แหวกแนวสไตล์บอนด์ไปพอดู แต่ไม่ได้แหวกอะไรมากมาย แต่ผมปลื้มของ David Arnold ผู้ประพันธ์คนก่อน แต่ก็มีนางเทวดาร่างใหญ่อย่าง Adele มาร้องเพลง theme ให้ ซึ่งเป็นเพลงบอนด์ที่ดีที่สุดตั้งแต่มีมา เป็นเพลงที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างเหลือเชื่อ

  การรับชมในระบบ IMAX จะเป็นอะไรที่สุดยอดมาก เพราะเป็นครั้งแรกเลย ที่เจมส์ บอนด์ได้อยู่บนจอ IMAX เต็มอรรถรสสุดๆ แต่ถ้าพลาดโอกาส ก็ไม่เป็นไร เพราะผมไปดูรอบปฐมทัศน์ระบบ Digital 4K ก็เป็นอะไรที่ทำให้ผมตะลึง ไม่เคยดูหนังเรื่องไหนชัดเท่านี้มาก่อน เป็นเรื่องแรกๆที่ถ่ายแบบ Full อย่างนี้ ชัดยันรูขุมขน

 


   จากการที่ตัวเองเป็นแฟนพันธุ์แท้ของหนังแฟรนไชส์นี้อยู่แล้ว ก็ไม่ผิดหวังกับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ เพราะทุกอย่างมันดูลงตัวไปหมด ลงตัวจริงๆ แต่บางทีการลงตัว มันก็ต้องแลกกับการสูญเสีย ผมบอกคุณแค่นี้ ที่ผมบ่นมาด้านบน มันยังไม่ได้เศษเสี้ยวของหนังเลย ฉะนั้นอย่าลืมไปดู SKYFALL กันนะ อยากให้ดูกันมากๆ เข้าโรงวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้แล้ว

 

คะแนน 9.5/10

 

มาดูพรีวิวก่อนดีกว่า