Early Access Program บริการที่สามารถทำให้คุณได้เล่นเกมที่คุณอยากเล่นได้ แม้ว่าตัวเกมจะยังทำไม่เสร็จ เป็นระบบที่ถูกเปิดตัวบน Steam ไปเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นโมเดลการทำตลาดรูปแบบใหม่ของผู้พัฒนาเกม เนื่องจากแม้ว่าตัวเกมจะทำไม่เสร็จนั้นก็ออกวางขายเพื่อให้ผู้เล่นโหลดไปเล่นกันได้ในทันที ซึ่งโมเดลการตลาดแบบนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียโดย Patrick Walker นักวิเคราะห์ทางการตลาดจากบริษัท EEDAR ได้รวบรวมสถิติทั้งหมดของเกมที่เปิดตัวและออกวางจำหน่ายผ่าน Early Access Program ได้ข้อมูลที่น่าสนใจหลายอย่างทีเดียว

Early Access นั้นเปิดให้บริการเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้วด้วยเกมเปิดตัวจำนวน 9 เกม หลังจากนั้นก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละเดือน แต่หากมองปีที่บริการนี้เติบโตขึ้นอย่างมากก็คงไม่พ้นปีนี้ซึ่งมีเกมเข้าโปรแกรม Early Access จำนวนมากโดยในปีนี้มีเกมที่ใช้บริการนี้มากถึง 255 เกม หากเทียบกับปีที่แล้วซึ่งมีเกมออกจำนวน 103 เกมแล้วถือว่ามีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 147%

แต่อย่างไรก็ตามเกมส่วนใหญ่ที่ออกมาให้เล่นกันก่อนผ่าน Early Access นั้นไม่ได้เป็นเกมตัวเต็มแต่อย่างใด โดยนับตั้งแต่โปรแกรมนี้เริ่มเป็นต้นมา มีเกมเพียง 25% เท่านั้นที่ออกเป็นเกมตัวเต็มสมบูรณ์ตามที่ผู้พัฒนาต้องการตั้งแต่แรก

http://www.fapgamer.com/assets/uploads/post/early_access_full_release_graph_720_1416280506.png

แนวเกมที่เป็นเกม Early Access มากที่สุดห้าอันดับแรกคือ Strategy, RPG, Action, Shooter และ Simulation โดยแนวเกมสี่ในห้าอันดับนี้นอกจากจะเป็นเกมที่ออกแบบ Early Access มากที่สุดแล้ว ยังเป็นเกมที่มีอัตราการพัฒนาเสร็จต่ำที่สุดอีกด้วย


หากมองในด้านของราคาและเวลาในการพัฒนาเกมแล้ว สามารถสรุปได้คร่าว ๆ ว่าเกมส่วนใหญ่ใช้เวลาในการพัฒนาจนออกเป็นตัวเต็มนับตั้งแต่ปล่อยเวอร์ชั่นทดสอบผ่าน Early Access นั้นใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 183 วันต่อเกม และเกมที่มีราคาสูงที่สุดของ Early Access คือเกมแนว RPG ที่คุณต้องจ่ายบางเกมอาจสูงสุดถึง 825 บาทต่อเกมเพื่อที่จะได้เล่นเกมก่อนออกตัวเต็ม (ตัวเต็มเฉลี่ยแล้วจะขายแค่ในราคาเพียง 660 บาท) สรุปแล้วหากคุณอยากจะเล่นเกมแบบ Early Access เฉลี่ยแล้วคุณต้องจ่ายแพงกว่าเกมตัวเต็มประมาณ 32 บาท

และหากเอาข้อมูลที่ได้จากด้านบนมาทำการพล็อตกราฟเพิ่มลงไปอีก จะพบได้ว่าแนวเกมที่คุณจ่ายไปในราคาที่สูงแถมยังต้องรอนานอีกคือเกมแนว Shooter และ Strategy ที่มีระยะเวลาในการออกวางจำหน่ายจริงถึง 7 เดือนและจ่ายในราคาไม่ต่ำกว่า 530 บาทต่อเกม

สรุปได้ว่าบริการอย่าง Early Access นั้นหากจะมองแบบผิวเผินแล้วเป็นบริการที่ทั้งผู้พัฒนาเกมและนักเล่นเกมแบบเรา ๆ นั้นได้ผลประโยชน์ทั้งคู่ (นักเล่นเกมได้เล่นเกมก่อน ส่วนผู้พัฒนามีเงินหมุนเพื่อไปทำเกมให้เสร็จ) โดยโมเดลนี้กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยแม้แต่ผู้พัฒนารายใหญ่ ๆ ก็สนใจโมเดลเกมแบบนี้เช่นเดียวกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นผู้พัฒนาเกมอิสระ (อินดี้) เสียมากกว่า แต่จะมองแต่ข้อดีแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะโมเดลรูปแบบนี้ผู้พัฒนาไม่สามารถที่จะล็อคระยะเวลาในการออกวางจำหน่ายเกมได้เหมือนกับโมเดลอื่น ๆ เช่น Kickstarter ที่อย่างต่ำก็มีระยะเวลาส่งมอบงาน หรือการพัฒนาเกมแบบปกติผ่านค่ายใหญ่ต่าง ๆ ที่เราสามารถรู้ระยะเวลาได้แน่นอน แน่นอนว่ามีเกม Early Access จำนวนมากที่เปิดเข้าโปรแกรมมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่มีตัวเต็มออกมาวางจำหน่ายเพราะผู้พัฒนาไม่มีวินัยมากพอที่จะทำเกมให้เสร็จ หรือออกตัวเต็มโดยลดลูกเล่นเดิมไปเป็นจำนวนมากแทบไม่เหมือนที่เคยสัญญาเอาไว้ แต่ที่ร้ายแรงมากที่สุดคือผู้พัฒนารายนั้น ๆ ยกเลิกการพัฒนาเกมกลางคันไปเลยก็มีให้เห็นกันมาบ้างแล้ว

Towns เกมที่ผู้ผลิตตัดสินใจยกเลิกการพัฒนา

DayZ เกมที่ยังอยู่ในสถานะ Early Access

สำหรับชาวเกมเมอร์แบบเรา ๆ ก็คงต้องใช้วิจารณญาณเอาเองว่าเกมไหนมีแนวโน้มว่าจะเสร็จหรือไม่เสร็จ จะว่าไปการซื้อเกมแบบ Early Access ก็เหมือนเป็นการเดิมพันอย่างหนึ่งก็ว่าได้ ฉะนั้นชัวร์ที่สุดคือซื้อเกมออกวางจำหน่ายตัวเต็มไปก็คงจะดีกว่าที่จะมาเสียดายเงินในภายหลัง

ที่มา Gameindustry.biz