23 กันยายน 2557 เป็นวันครบรอบวันเกิดของ Nintendo ค่ายเกมที่ทุกคนต่างรู้จักกันดี ซึ่งในปีนี้ก็มีอายุครบ 125 ปีเข้าไปแล้ว ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับบริษัทหนึ่งๆ และเรียกได้ว่าเกินหนึ่งช่วงอายุคน

โลโก้ดั้งเดิมของ Nintendo


Nintendo แปลเป็นความหมายได้ว่า "leave luck to heaven" เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นมาในปี พ.ศ. 2432 โดยธุรกิจแรกของบริษัทคือการผลิตไพ่ฮานาฟุดะ (Hanafuda) ซึ่งใช้ในการพนันและเป็นที่นิยมอย่างมากในเหล่าซามูไรและยากุซ่า นอกจากนี้ยังมีธุรกิจอีกหลายรูปแบบเช่น โรงแรมม่านรูด แท๊กซี่ อาหารสำเร็จรูป หรือแม้แต่เครื่องดูดฝุ่น แต่ไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จ มีเพียงธุรกิจตัวเดียวที่อยู่รอดในขณะนั้นคือของเล่นเนื่องจากมีความชำนาญก่อนหน้านี้ในการขายไพ่ฮานาฟุดะนั่นเอง แต่สุดท้ายด้วยวงจรผลิตภัณฑ์ที่สั้นและการครองตลาดของบริษัทผลิตของเล่นรายใหญ่อย่าง Bandai และ Tomy ทำให้ Nintendo ต้องเปลี่ยนแนวทางธุรกิจใหม่


ไพ่ฮานาฟุดะ ที่ Nintendo ยังคงผลิตอยู่จนถึงปัจจุบัน


Nintendo เริ่มเข้ามาวงการเกมและอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงปี พ.ศ. 2517 โดยมีทั้งเครื่องเกมแบบต่อเข้าโทรทัศน์และตู้เกมอาเขต แต่เครื่องที่สร้างความนิยมให้กับทางค่ายมากที่สุดในช่วงเวลานั้นคือ Game & Watch เกมกดยอดนิยมที่ขายได้มากกว่า 43 ล้านเครื่องซึ่งขายในช่วงปี พ.ศ. 2523 - 2534 และเครื่องเกมอย่าง Famicom ก็เป็นอีกผลงานที่พา Nintendo เข้าสู่วงการวิดีโอเกมอย่างเต็มตัว


Donkey Kong บน Game & Watch หน้าตาคุ้นๆ มั๊ย?

Famicom (Family Computer) วางขายในประเทศญี่ปุ่นในช่วงปี พ.ศ. 2526 และทำยอดขายได้มากกว่าห้าแสนเครื่องภายในระยะเวลาเพียงแค่สองเดือนหลังการวางจำหน่าย ซึ่งเครื่องเกม Famicom นี้เป็นความพยายามแรกของทางค่ายในการผลิตเครื่องเกมที่สามารถเปลี่ยนตลับได้ออกมา

Nintendo มีความพยายามที่จะตีตลาดตะวันตกอย่างอเมริกาให้ได้แม้ว่าจะไม่มีประสบการณ์ในตลาดแถบนี้เลยก็ตาม โดยในช่วงเวลานั้น (พ.ศ. 2526) เป็นช่วงเวลาที่วงการเกมในอเมริกากำลังตกต่ำอย่างขีดสุดซึ่งเรียกขานกันว่า "The Great Video Game Crash" เนื่องด้วยเหตุผลของเกมสุดห่วยที่ผู้ผลิตจากอเมริกายุคนั้นสร้างกันออกมา (ยกตัวอย่างเช่น E.T.) รวมถึงมีเครื่องเกมหลายเจ้าออกมามากเกินไป ทำให้วงการเกมนั้นขาดความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคและผู้ผลิตก็ล้มหายตายไปเกือบทั้งหมดรวมถึงค่ายใหญ่ยักษ์ในยุคนั้นอย่าง Atari ด้วยทำให้ Nintendo ที่หวังจะให้ Atari เป็นผู้ทำตลาดให้ในอเมริกานั้นสุดท้ายต้องมาทำตลาดเอง (ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีหากมองย้อนกลับไป)


E.T.

 NES (Nintendo Entertainment System) หรือเครื่อง Famicom เวอร์ชั่นอเมริกาถูกวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2528 โดยมีความพยายามที่จะลบภาพพจน์เก่าๆ ที่ผู้คนและสื่อเคยมีในช่วงยุคตกต่ำที่ผ่านมาโดย Nintendo ใช้วิธีมากมายในการต่อสู้กับสื่อที่พยายามโจมตีวงการเกม รวมถึงการนำเกมจากผู้ผลิตรายอื่นๆ ในญี่ปุ่นมาทำการแปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อตีตลาดอเมริกาและควบคุมคุณภาพของเกมที่ออกวางจำหน่าย จนกระทั่งประสบความสำเร็จและกอบกู้วงการวิดีโอเกมในอเมริกากลับมา โดยเครื่องเกมตระกูลนี้ทำยอดขายทั่วโลกได้รวมเกือบ 62 ล้านเครื่อง รวมถึงมีเกมและแฟรนไชส์ที่เป็นแมสค็อตของทางค่ายจนถึงยุคปัจจุบันออกมาในยุคนี้ เช่น Mario, The Legend of Zelda เป็นต้น


Famicom เทียบกับ Nintendo Entertainment System

นอกจากเครื่องเกมคอนโซลแล้ว Nintendo ก็ไม่ได้ทิ้งตลาดเกมพกพาของตัวเองไป โดยได้ออกเครื่อง Game Boy ในปี พ.ศ. 2532 และขายดีเทน้ำเทท่าเช่นเดียวกันโดยขายได้มากถึง 200 ล้านเครื่องตลอดช่วงอายุของมันตลอด 19 ปี (Game Boy - Game Boy Advance)

โดยในอดีตถึงปัจจุบัน Nintendo ยังคงผลิตเกมและเครื่องเกมคอนโซลในแต่ละยุคออกมาอยู่เช่นเดิม โดยในยุคปัจจุบันเครื่องเกมคอนโซลรุ่นล่าสุดของทางค่ายคือ Wii U ส่วนเครื่องพกพาคือตระกูล Nintendo 3DS โดยทั้งสองเครื่องต่างมีซอฟต์แวร์จากทางค่ายที่เป็นตัวชูโรงอย่าง Mario, The Legend of Zelda รวมถึงตัวละครอื่นๆ ออกมาเรื่อยๆ และแฟรนไชส์ที่มองข้ามไม่ได้อย่าง Pokemon ก็ยังคงไปได้ดี แม้ว่าปัจจุบันนั้น Nintendo จะต้องพบกับคู่แข่งจากแผ่นดินเดียวกันอย่าง Sony หรือจากฝั่งอเมริกาอย่าง Microsoft แต่ก็ยังคงยึดแนวทางเดิมคือผลิตเกมที่มีคุณภาพและสนุกสนานออกมาอยู่เรื่อยๆ

ที่มา Wikipedia
ภาพประกอบ DeviantArt , Beforemario