ติดค้างชาว FAP-Gamer ไว้นานพอสมควรสำหรับ KnowHow เรื่อง Video Capture Card (ขอเรียกสั้นๆว่า VCC แล้วกันนะ) ที่ใช้สำหรับอัดสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็นรายการโทรทัศน์, เกมคอนโซล, เกมพกพา(เช่น PSP), เครื่องเล่น Bluray, กล้องความละเอียดสูง หรือแม้กระทั่งเกมพีซีก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยข้อดีของมันก็มีหลายปัจจัยด้วยกัน ซึ่งขอเกริ่นด้วยข้อมูลพื้นฐานเล็กๆก่อนที่จะเข้าเรื่องแล้วกันนะ

*หมายเหตุ เนื่องจาก VCC นั้นมีความสามารถบันทึกได้หลายอุปกรณ์ แต่ ณ ที่นี้จะขอพูดถึงการบันทึกเกมคอนโซลเท่านั้น แต่สามารถอ้างอิงวิธีการกันได้ทั้งหมดครับ

 

Video Output



ภาพการเปรียบเทียบสัญญาณ video output จาก playstation.net


เรียกว่าเป็นเรื่องที่ผู้ที่สนใจจะบันทึกภาพ, เสียงจำเป็นต้องรู้ทีเดียวเชียว สำหรับเรื่อง video output ต่างๆ (หรืออาจจะเรียกว่าสัญญาณขาออกก็ได้) ซึ่งมีอยู่ 3 Port หลักๆด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น PS3, Xbox360 หรือ Wii U ที่เพิ่งออกมาใหม่ล่าสุด ก็จะมี output 3 แบบหลักๆคือ

1. HDMI สัญญาณดีที่สุด เป็นเพียงสายเส้นเดียวก็สามารถส่งสัญญาณออกได้ทั้งภาพและเสียง โดยสามารถปล่อยสัญญาณภาพความละเอียดภาพได้สูงสุดถึง 1080p (FullHD นั่นเอง)
2. Component สัญญาณที่ดีรองลงมา (แต่ก็ไม่ด้อยไปกว่า HDMI เลย) เป็นสาย 5 เส้นที่ประกอบไปด้วยสัญญาณภาพ 3 เส้น และสัญญาณเสียง 2 เส้น ความละเอียดของสัญญาณภาพเรียกว่าไม่แพ้ HDMI เลย หากแต่ HDMI นั้นสะดวกกว่าในการติดตั้ง
3. AV สัญญาณภาพแย่ที่สุด ประกอบด้วยสายสัญญาณ 3 เส้น (ภาพ 1 เส้น และเสียง 2 เส้น)แต่เนื่องจาก port ในข้อ 1 และ 2 ที่มีคุณภาพนั้นมักจะมีช่องสัญญาณติดมากับ LCD TV ขึ้นไปเท่านั้น ทีวีปกติไม่ว่าจะจอแบนหรือจอแก้วก็ไม่มีทางเลือก แม้ว่าจะเป็น port ที่แย่ที่สุดในการรับสัญญาณแล้ว แต่ก็มักเป็นตัวเลือกเดียวที่ทีวีปกติจะสามารถรับได้ ความละเอียดเต็มที่คือ 576p (สูงกว่า DVD นิดหน่อย)

port อื่นๆที่เป็น port แปลงสัญญาณ อย่างเช่น HDMI to VGA หรือแม้แต่ HDMI to DVI เราจะขออนุญาตข้ามไป เนื่องจาก VCC นั้นอาจรองรับ port ที่ไม่เหมือนกัน แต่เอาเถอะ ใช้อ้างอิงกันได้หมดครับไม่ว่าจะ port ไหน และถ้าใครมี หรือเคยใช้ TV Tuner card ล่ะก็ บอกตรงๆว่าคอนเซปค่อนข้างคล้ายกันเลยทีเดียวล่ะ

 

ว่ากันด้วยเรื่องการเลือก Video Capture Card ที่เหมาะสม


ไม่ต้องบอกหลายท่านก็คงทราบดีว่ามันมีหลายรุ่นให้เลือกสรรพเหลือเกินในอินเตอร์เน็ต อย่าง ebay, amazon อะไรยังงี้มีแน่นอน แต่ในไทยบอกได้เลยว่า "น้อยมาก" ที่จะรับอุปกรณ์ประเภทนี้เข้ามาขาย เนื่องจากมันก้ำๆกึ่งๆระหว่าง Home studio กับ Pro studio นิดหน่อย

แต่เมืองนอกเขาฮิตนะ หลายๆบ้านก็มีไว้เพื่อความเท่ในการอัพคลิปเจ๋งๆลง youtube กันเป็นว่าเล่น บ้านเราไม่ฮิตเท่าไหร่ ก็อย่างที่เห็นแหละ...น้อยคนนักที่จะสนใจข้อมูลเหล่านี้อย่างจริงๆจังๆ รวมถึงการลงทุนกับสิ่งนี้ก็จะเรียกว่าถ้าไม่ใช้ทำมาหากินเนี่ย ไม่มีใครเขาซื้อมาหรอก (แต่ถ้าใจรักก็ไม่ว่ากัน)

ด้วยความที่มันมีหลายรุ่นเนี่ยนะ...บอกเลยว่าผมก็ไม่ค่อยเทพมากในอุปกรณ์นี้เท่าไหร่ แต่เท่าที่ประสบพบเจอเนี่ย มันก็สามารถแยกประเภทได้ 2 แบบหลักๆด้วยกัน คือ

1. VCC External ตรงตัวครับ มันคือการ์ดที่เรียกว่าติดตั้งจากภายนอกนั่นเอง ไม่จำเป็นต้องไปเสียบเข้ากับอุปกรณ์ภายในของคอมพิวเตอร์ หรือคอนโซลของมันทั้งสิ้น เรียกว่าไม่ต้องไปยุ่งกับ resource หรือ process ใดๆระหว่างที่มันทำงานกันเลยทีเดียวล่ะ

Concept การเชื่อมต่อ: "เกมคอนโซล > VCC External > Output (TV หรือ Monitor)" ง่ายมั้ยครับ? แค่กด record ที่ VCC External ก็ทำการบันทึกแล้ว จบข่าว โดยมันทำหน้าที่เป็นตัวกลางเพื่อให้สัญญาณผ่านในขณะที่ไม่ได้บันทึกเท่านั้นเอง


ตัวอย่าง VCC External ค่ายหนึ่ง

ข้อดี: ไม่เกิดความหน่วง ภาพออกมายังไงก็บันทึกยังงั้น ไม่ต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์ให้ยุ่งยาก แม้ไม่มีคอมพิวเตอร์แรงๆ(ไม่ว่าจะ Mac หรือ PC) ก็สามารถบันทึกภาพความละเอียดสูงๆได้โดยไม่ยี่หระ

ข้อเสีย: ราคาต่อหน่วยค่อนข้างแพงกว่า VCC Internal (ซึ่งกำลังจะกล่าวถึงต่อไป) ต้องลองชั่งน้ำหนักดูแล้วล่ะว่าความสะดวกที่ได้รับจากการจ่ายแพงกว่านั้นคุ้มกับเราที่ใช้งานหรือเปล่า? แต่อย่าลืมนะว่าแม้เราจะไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์แรงๆในการบันทึกก็จริง แต่การนำไปสู่กระบวนการตัดต่อนั้นยังไงก็คงต้องผ่านคอมพิวเตอร์สักเครื่องอยู่ดี เรียกว่า..."เหมือนจะสบาย" ได้มั้ย? รวมถึงการปรับค่าต่างๆ ถ้าเป็นรุ่นที่ไม่โปร+แพงจริงๆล่ะก็นะ...ค่อนข้างมั่นใจเลยว่าปรับได้กระมิดกระเมี้ยนแน่นอน ไม่มากมาย และไม่ advance นัก

 

2.VCC Internal ก็ตรงกันข้ามกับข้อ 1 อย่างชัดเจน มันคือการติดตั้งอุปกรณ์ไว้ภายในคอมพิวเตอร์ของคุณนั่นเอง หลายๆการ์ดก็อาจรองรับ Mac หรือ PC ซึ่งมักจะมาพร้อม driver + software ที่รองรับอุปกรณ์นั้นๆอย่างเต็มเหนี่ยว เท่าที่ประสบพบเจอนะครับ ประสิทธิภาพของ software ที่มาคู่กับอุปกรณ์ มันก็แปรผันไปตาม "ราคา" นั่นเอง.. กล่าวคือ "ยิ่งแพงยิ่งโปร" ว่างั้นเถอะ พูดแล้วก็กลุ้มใจ ของที่ผมใช้อยู่นี่บอกตรงๆว่าเป็นระดับเบสิกเท่านั้น ปรับได้น้อยมากจริงๆ แต่ไม่เป็นไรครับ เรามีทางออก

Concept การเชื่อมต่อ: "เกมคอนโซล > VCC Internal (ที่ติดตั้งในคอมพิวเตอร์แล้ว) > Output (TV หรือ Monitor)" คล้ายๆจะยาวกว่าข้อ 1 แต่ไม่หรอกครับ ความต่างคือแค่เอาการ์ด VCC ไปติดตั้งกับคอมพิวเตอร์คุณเท่านั้นเอง...


ตัวอย่าง VCC Internal ค่ายหนึ่ง

ข้อดี: การบันทึกโดยผ่านคอมพิวเตอร์ตัวเก่งของคุณนั้นสามารถปรับค่าได้มากกว่า อย่างที่ผมเพิ่งกล่าวถึงว่า VCC Internal ถูกๆนั้นไม่สามารถปรับค่าได้มากมายก็จริง แต่ว่าการใช้โปรแกรมบันทึกในขณะที่เกมรันแบบ Fullscreen นั้นก็เป็นหนึ่งในวิธีการประยุกต์ใช้ข้อดีของคอมพิวเตอร์ของคุณ ยกตัวอย่างคือ เปิดเกมคอนโซลขึ้นมา ภาพในเกมคอนโซลก็จะปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณผ่าน software ที่ค่ายนั้นๆแถมมาให้ และเมื่อคุณเปิดโหมด Fullscreen คุณก็จะเล่นเกมผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณได้ไม่ต่างกับการเล่นปกติเลย ยิ่งการหน่วงหรือ Delay นั้น ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณทรัพยากรเหลือแหล่ บอกได้เลยว่าไม่มีปัญหาในการบันทึกภาพแน่นอน โดยคุณอาจใช้โปรแกรม Recorder พื้นฐานอย่าง Fraps หรือ Bandicam บันทึกก็ยังได้ ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวไปก็เป็นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสก็ว่าได้ เนื่องจากคุณภาพของไฟล์ที่ได้จากโปรแกรม recorder ใน platform PC นั้นค่อนข้างดีที่สุด ในมูลค่ารวมที่ไม่แพงนักเมื่อเทียบกับ VCC External และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนั้น ไม่จำเป็นต้องมี TV ก็สามารถบันทึกภาพจากที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณได้เลย ประหยัดไปอีกทางหนึ่ง

ข้อเสีย: ถ้าเป็น VCC Internal ที่ราคาไม่สูงพอ ก็จะได้ software ที่ไม่เก่ง และไม่ยืดหยุ่นนัก รวมถึงคุณภาพของไฟล์ที่อาจจะด้อยกว่าภาพที่ปรากฏแบบ Realtime ตรงหน้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แก้ปัญหาได้ด้วยข้อดีที่ผมเพิ่งกล่าวไปข้างต้น แต่ต้องประยุกต์ใช้กันนิดหน่อยเท่านั้นเอง รวมถึงการติดตั้งที่ลำบากในการเชื่อมต่อครั้งแรกนิดหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มกับเวลาที่เสียไปในระยะยาว แต่ถ้าคุณไม่มีคอมพิวเตอร์แรงๆอยู่แล้วล่ะก็...อาจจะต้องคิดให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อมาใช้ล่ะ

 

การตรวจสอบคุณภาพของการบันทึกก่อนตัดสินใจซื้อ

 
ตัวอย่างการ Search อันแสน Simple

ผมไม่มีคำแนะนำอะไรประเภทที่ชี้จุดเลยว่า "ซื้อที่นั่น" "ยี่ห้อนั้น" "รุ่นนั้น" แต่แน่นอนครับวิธีการที่ผมจะกล่าวถึงเนี่ย มันง่ายกว่าผมมานั่งพร่ำบอกมากครับ แถมยังเป็นข้อมูลที่อัพเดทด้วย แค่ Search google หรือ Youtube โดยใช้ keyword ต่างๆที่ผมได้กล่าวไปหลายรอบ ไม่ว่าจะเป็น "Video Capture Card" (โดยคุณอาจใส่ Internal หรือ External เข้าไปด้วย) หรือแม้แต่ "Game Recorder" ก็ใช้ได้เช่นกันครับ มีให้ว่อนอินเตอร์เน็ตไปหมด ผมเองก็รื้อค้นจากตรงนี้แหละ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ แม้ข้อมูลภาษาไทยจะน้อยมาก แต่เชื่อสิว่าภาษาอังกฤษที่คุณจะได้เจอนั้นไม่ยากอย่างที่คิด ดูสเปค, ราคา และคุณภาพของมันก่อนที่จะตัดสินใจซื้อก็โอเคแล้ว แม้แต่ร้านค้าออนไลน์ของไทยก็มีให้เห็นบ้างเหมือนกัน ดูดีๆและลองโทรไปสอบถามข้อมูลดูครับ


ตัวอย่างการ Search เพื่อเช็คคุณภาพการบันทึกสัญญาณ

แต่ผมบอกได้เลยว่าห้างไอทีทั่วไปก็มีการ์ดเหล่านี้ขายครับ แม้การสอบถามถึงไอ้เจ้า VCC นี้หลายๆร้านจะไม่ค่อยรู้จักอุปกรณ์นี้ด้วยซ้ำ กลุ้มใจจริงๆในการหา แนะนำว่าถ้าจะหาตามห้างเนี่ย...ให้ไปร้านกล้อง หรือร้านขายอุปกรณ์สตูดิโอ อะไรเทือกนั้นกันเลยล่ะ (เราอาจใช้ภาษาง่ายๆว่าเครื่องอัดเพลย์ 3 ที่รองรับ Component, HDMI ก็ได้)

 

เรื่องอื่นๆ

- คุณควรพิจารณาเรื่องความละเอียดภาพที่จะได้รับ ตอนที่คุณตัดสินใจเลือกซื้อด้วย (ถ้ามีเขียนกำกับไว้นะ) อย่างเช่นความละเอียดในการบันทึกภาพไม่ควรต่ำกว่า 1920x1080 รวมถึงเฟรมเรตในการบันทึกภาพก็ควรจะ 30 ขึ้นไป (ปกติควรอยู่ที่ 30-60 fps)
- port ที่รองรับ ว่าเหมาะสมกับการใช้งานกับอุปกรณ์ที่เรามีหรือไม่
- เฉพาะ Playstation 3 และเครื่องเล่น Bluray ของโซนี่ (เรียกว่าอุปกรณ์โซนี่แทบทุกตัว) จะมีระบบป้องกันการบันทึกที่ port HDMI ฉะนั้นหากคุณต้องการบันทึกสัญญาณต่างๆของค่ายนี้ ตัวเลือกที่ดีที่สุดของคุณคือสาย Component เท่านั้น
- เทียบราคาจากหลายๆร้านที่พอจะหาได้ ทั้งในอินเตอร์เน็ต และตามห้างไอทีต่างๆที่คุณรู้จัก
- ทำใจไว้เลยว่าราคาการ์ด VCC ที่มีคุณภาพจะราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 5,000-15,000 บาทไทย ไม่ว่าจะ Internal หรือ External

 

หวังว่าคงจะได้รับประโยชน์กันไปบ้างกับบทความดังกล่าวจากประสบการณ์เล็กๆในการบันทึกเกมคอนโซลของผมนะครับ ผิดพลาดประการใดเรื่องข้อมูลก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้เด้อ :D

 

ปล.ใครก๊อปบทความนี้ไปทั้งหมด, ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ลงเครดิต ขอให้ผู้นั้นตกต่ำทำอะไรก็ไม่เจริญ สาธุ แค่นี้แหละ พิมพ์ไว้ให้พวกขี้ก๊อปมันอ่าน