จะทำอย่างไรเมื่อโลกในอีกไม่กี่ปีจะถูกรุกรานโดยผู้ไม่ประสงค์ดี ด้วยเทคโนโลยีของเราตอนนี้ดูเหมือนจะไม่สามารถรับมือกับผู้มาเยือนเหล่านี้ได้ดีเท่าที่ควร ดังนั้นหน่วยงาน X-COM จึงถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อรับมือกับเหตุการณ์แบบนี้โดยเฉพาะ

 

ข้อมูลเกม XCOM: Enemy Unknown

ผู้พัฒนา: Firaxis Games
ผู้จัดจำหน่าย: 2K Games
แพลตฟอร์ม: PC, PS3, XBOX 360
วันวางจำหน่าย: 9 ตุลาคม 2555

 System requirements

 MinimumRecommended
Microsoft Windows
Operating system Windows Vista or Windows 7
CPU 2 GHz dual core or better 2.4 GHz dual core or better
Memory 2 GB RAM 4GB RAM
Hard drive space 20 GB hard drive space
Graphics hardware NVIDIA GeForce 8600 GT or ATI Radeon HD 2600 XT NVIDIA GeForce 9000 series or ATI Radeon HD 3000 series
Sound hardware DirectX compatible sound card

ซีรี่ส์นี้หลายคนคงรู้จักกันดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะหากมองไปสักยุค 90 คนเล่นเกมพีซี (รวมถึงคอนโซลด้วย) คงมีน้อยคนที่จะไม่รู้จักเกมนี้ เนื่องจากซีรี่ส์ X-COM นั้นเป็นเกมสไตล์ Tactical RPG ที่มาแรงแบบม้ามืดในสมัยนั้นและมีการนำเสนอที่ดี รวมถึงมีระบบที่น่าสนใจมากๆ ไม่แปลกใจที่เกมนี้จะมีแฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามอยู่มากมาย รวมถึงมีเกมที่อาศัยแรงบันดาลใจและระบบคล้ายคลึงกันออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีเกมไหนที่สามารถกลบรัศมีภาคดั้งเดิมอย่าง X-COM: UFO Defense ได้เลย

ผ่านไปเกือบยี่สิบปี ทาง 2K Games มีแผนที่จะนำ IP ของ X-COM มาทำตลาดใหม่ก็มอบภารกิจสำคัญให้กับทีม Firaxis Games ผู้สร้างซีรี่ส์ Civilization อันโด่งดังซึ่งจริงๆ ก็งอกออกมาจากทีมงาน Microprose ที่ทำฉบับดั้งเดิมและถนัดการนำเกมแนวนี้อยู่แล้ว ให้ทำการรีเมกภาคแรกของซีรี่ส์นี้เสียใหม่ ก็ถือว่าเป็นงานที่กดดันทีมงานเองไม่น้อยเหมือนกันเพราะต้นฉบับดั้งเดิมนั้นจัดว่าขึ้นหิ้งไปแล้ว (มีสื่อหลายเจ้ายกให้เป็นเกมพีซีที่ดีตลอดกาลด้วย) แต่ด้วยเทคโนโลยีของวงการเกมที่ไปไกลกว่าเดิมมากแล้วก็ดูคุ้มค่าที่จะนำมาสร้างใหม่

เนื้อเรื่องของเกมนี้เกิดขึ้นในอนาคตเมื่อโลกโดนมนุษย์ต่างดาวเข้ามารุกรานแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้มีชาติมหาอำนาจหลายชาติรวมกันสร้างทีมงานเฉพาะกิจขึ้นมาชื่อว่า X-COM (ย่อมาจาก Extraterrestrial Combat Unit) เอาไว้รับมือกับเอเลียนเหล่านี้ั

ด้วยความที่มีชาติสมาชิกหลายชาติร่วมลงทุน ฉะนั้นเราที่รับบทเป็นหัวหน้าของ X-COM จะต้องมีการจัดการดูแลสองด้านซึ่งตัวเกมเรียกว่า Geoscape และ Battlescape โดย Geoscape เราจะต้องดูแลสถานการณ์ความเรียบร้อยของโลกทั้งใบ หากมีเอเลียนบุกที่ไหนเราก็๋จะต้องเข้าไปจัดการเพื่อให้ชาติสมาชิกนั้นยังคงให้เงินสนับสนุนเราต่อไป (เราจะแพ้หากมีชาติสมาชิกเกินครึ่งถอนตัวออกจากการสนับสนุน) โดยเราจะต้องดูแลหลายด้านตั้งแต่การปล่อยดาวเทียมสำรวจเพื่อสแกนหาความเคลื่อนไหวของเอเลียนในภูมิภาคนั้นๆ เพื่อทำให้ประชาชนของชาติสมาชิกนั้นมีความอุ่นใจไม่วิตกกังวลและยังสนับสนุนเรา (หากมีภารกิจให้มาแล้วเราไม่ให้การช่วยเหลือหรือปล่อยปะละเลยก็มีผลต่อการสนับสนุนของชาตินั้นๆ) นอกจากนี้เราก็ต้องดูแลหน่วย X-COM ของเราเองด้วย ตั้งแต่การสนับสนุนการวิจัยเพื่อคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ การสร้างอาวุธ ชุดเกราะและสิ่งต่างๆ สำหรับหน่วยรบเพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจ นอกจากนี้ยังมีการสร้างสิ่งก่อสร้างใหม่ๆ เพื่อเพิ่มลูกเล่นหรือการอัพเกรดในด้านต่างๆ ให้กับฐานเราได้ด้วย ซึ่งการสร้างสิ่งของเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เงินและกำลังคน (นักวิจัยและวิศวกร) จากชาติสนับสนุน หากเราบริหารได้ดี ชาติสมาชิกจะสนับสนุนเราทั้งเงินและวิศวกรทำให้สามารถสร้างของได้มากขึ้นและราคาถูกลงและย่นระยะเวลาได้ด้วย อีกส่วนคือการบริหารค่ายทหารที่เราจะต้องจัดการทั้งความสามารถของทหารเมื่อได้เพิ่มยศ อุปกรณ์ที่สวมใส่และจ้างทหารหน้าใหม่มาทนแทนรายเดิมที่ตายไป

โดยการบริหารของในโหมด Geoscape นี้สิ่งที่สำคัญคือการบริหารเวลาและเงินทุน เพราะของทุกอย่างนั้นต้องใช้เวลาในการสร้างซึ่งอาจใช้เวลาแค่วันสองวันหรืออาจถึงสองอาทิตย์ในเกม ขึ้นอยู่กับความสามารถของเราเอง นอกจากนี้ในเวลาหนึ่งเดือนเราก็ต้องบริหารเงินทุนที่ได้มาจากชาติสมาชิกนั้นให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด (เราจะได้เงินสนับสนุนก้อนใหญ่เดือนละหนึ่งครั้ง) ซึ่งหากเราจัดสรรได้ไม่ดีพอ อาจทำให้เกิดช่องโหว่ได้ เช่นกรณีที่ผมเล่นนั้นช่วงแรกถึงกลางเกมผมไม่ได้เน้นประสิทธิภาพของเครื่องบินที่จะไปสู้กับจานบินมากนัก ทำให้บางครั้งพลาดและเสียโอกาสในการที่จะได้เก็บกู้ซากจานบินไป และหากจานบินเหล่านั้นหลุดรอดไปก็อาจไปสร้างความเสียหายให้กับดาวเทียมที่เรายิงขึ้นไปแล้วอีกด้วย

อีกโหมดคือ Battlescape โหมดที่จะให้เราใช้สกิลในการเล่นเกมแบบ Tactical RPG โดยจะเข้าสู่โหมดนี้เมื่อมีการรับภารกิจและเข้าสู่พื้นที่เป้าหมาย ซึ่งเราสามารถพาทหารไปได้ด้วยสูงสุด 6 คน โดยรูปแบบการเล่นคือจะแบ่งเป็นเทิร์นๆ โดยในหนึ่งเทิร์นนั้นสามารถสั่งให้ทหารเคลื่อนที่ได้สองครั้ง ส่วนคำสั่งอื่นก็มีตั้งแต่การสั่งให้โจมตีเป้าหมายในระยะที่มองเห็น การเฝ้าระวังและโจมตีทันทีเมื่อศัตรูมีการเคลื่อนไหวตัว การให้ใช้ความสามารถเฉพาะตัวของทหารคนนั้นๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเราว่าได้อัพความสามารถอะไรไปให้ทหารคนนั้นในโหมด Geoscape ก่อนทำภารกิจ โดยการโจมตีนั้นสิ่งที่จะตัดสินได้ว่ายิงโดนหรือไม่โดนนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่ว่าศัตรูนั้นอยู่ในที่กำบังมิดชิดดีแค่ไหน ค่า stat ของทหารเอง รวมถึงอาวุธที่ใช้ด้วย ซึ่งทุกเทิร์นนั้นเราต้องสั่งการทหารทุกนายอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด มิฉะนั้นความผิดพลาดเพียงแค่นิดเดียวก็อาจหมายถึงการสูญเสียเพื่อนร่วมทีมได้ (ซึ่งหากทหารนายนั้นตายไปแล้วก็จะตายไปเลย ต้องจ้างทหารนายใหม่มาทดแทนซึ่งทำให้เสียโอกาสมากเพราะต้องเก็บค่าประสบการณ์กันใหม่) โดยภารกิจที่ให้นั้นมีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภารกิจทั่วไป คือเข้าไปปราบเอเลียนให้หมด ภารกิจเข้าไปเก็บกู้ซาก UFO หลังจากที่เครื่องบินของเราได้สอยตกไปแล้ว เพื่อนำอุปกรณ์มาเป็นวัตถุดิบหรือใช้ในการวิจัย นอกจากนี้ยังมีภารกิจพิเศษ เช่นการเก็บกู้ระเบิด การช่วยเหลือ VIP หรือภารกิจที่กดดันมากก็คือการคุ้มครองประชาชนทั่วไปให้ได้จำนวนมากที่สุด ทุกการกระทำในโหมดนี้จะส่งผลต่อภาพรวมของโหมด Geoscape ด้วย เช่นทหารหากบาดเจ็บเกินไปก็ต้องใช้เวลาพักฟื้นหลายวันไม่สามารถรับภารกิจได้ หากเราทำภารกิจล้มเหลวหรือยกเลิกกลางคัน ก็มีผลต่อค่าความวิตกของประเทศนั้นๆ ด้วย

รายละเอียดของเกมนี้เยอะมาก เนื่องจากบทความนี้เป็นรีวิวผมจึงจะเขียนแค่คร่าวๆ ให้พอเห็นภาพกันเท่านั้น ไปดูในส่วนของสิ่งที่ใช้ขับเคลื่อนตัวเกมกันบ้างดีกว่า เกมนี้ใช้ Unreal Engine 3 มีการนำเสนอในรูปแบบมุมมอง isometric เหมือนแบบฉบับดั้งเดิมแต่คราวนี้มาพร้อมกับมุมมองสามมิติ ด้วยการใช้ Unreal Engine 3 ฝันของแฟนๆ X-COM ที่จะได้เห็นเกมนี้มีกราฟิกที่สวยงามนั้นเป็นจริงเสียที แต่หากว่ากันในเรื่องคุณภาพกราฟิกนั้นถือว่าอยู่ในระดับได้แต่ก็ไม่ได้หรูเริดมาก (ก็อย่างว่ามันเป็นเกมวางแผน คงไม่ได้เน้นด้านนี้มากมาย) แค่กราฟิกระดับนี้ก็ถือว่าเพียงพอแก่การนำเสนอแล้ว มุมกล้องนั้นอยู่ในระดับที่โอเคเพราะส่วนมากก็มองแบบ isometric อยู่แล้วแต่อาจมีมุมกล้องแบบสวยๆ ให้ดูกันบ้างเวลาจบเทิร์นหรือมีแอคชั่นสำคัญๆ เรื่องเสียงนั้นหายห่วงเพราะมีการออกแบบที่ดีเยี่ยม เสียงเอฟเฟคทำให้ได้อารมณ์ร่วมที่ดีถึงจะเป็นเกมเทิร์นเบสก็ตาม เสียงดนตรีนั้นได้นักแต่งเพลงฝีมือเยี่ยมที่เคยทำดนตรีประกอบให้กับเกม Deus Ex: Human Revolution มาทำเพลงประกอบให้ซึ่งคุณภาพนั้นหายห่วง ทำให้ผู้เล่นนั้นเข้าถึงตัวเกมได้อย่างยอดเยี่ยมซึ่งเป็นจุดที่ถูกใจผมมาก

ตัวฉากภาคนี้จะแตกต่างจากภาคดั้งเดิมตรงที่ตัวแผนที่เองเป็นแผนที่ที่มีการสร้างขึ้นมาไว้แล้วจากทีมงานเหมือนเกมทั่วๆ ไป (ต่างจากภาคดั้งเดิมตรงที่ฉากจะเป็นการสุ่มสร้างจากคอมพิวเตอร์ทั้งหมด) แต่ถึงแม้ว่าฉากนั้นจะไม่ได้สุ่มสร้างขึ้นมาอีกต่อไปแล้ว แต่สิ่งที่ยังคงสุ่มเลือกมาในฉบับสร้างใหม่นี้ก็คือตำแหน่งของศัตรูที่เปลี่ยนทุกครั้ง นี่ยังไม่รวมที่ว่าแผนที่ที่ตัวเกมให้มานั้นเยอะมาก ถึงระดับที่ผู้สร้างบอกว่าแม้คุณจะกลับมาเล่นใหม่อีกรอบคุณก็ไม่มีทางได้เล่นฉากเดิม ซึ่งผู้พัฒนาเองก็ไม่ได้บอกว่าทีม artist ของเขาได้สร้างแผนที่ลงไปในเกมทั้งหมดกี่แผนที่ แต่การเล่นจบรอบแรกของผมที่ต้องผ่านถึงเกือบ 40 ด่าน ไม่มีด่านที่ซ้ำกันเลยแม้แต่อันเดียว แค่นี้ก็พอจะทดแทนของเดิมได้แล้วกระมัง เพราะทีมงานนั้นยอมรับว่าถึกมากที่สร้างแผนที่ไว้เยอะขนาดนี้ (ฮ่าๆ)

การควบคุมในโหมด Geoscape สามารถใช้เมาส์เพียงอย่างเดียวก็สบายๆ ส่วนในโหมด Battlescape นั้นด้วยความที่เป็นฉากแบบสามมิติบางครั้งต้องใช้การหมุนกล้องเข้าช่วยเพื่อความชัวร์ ส่วนการออกคำสั่งให้ทหารนั้นผมแนะนำว่าหากจำ Hotkey ได้แล้วจะมีความคล่องตัวกว่ามาก

ความยากมีให้เลือกเล่นกันตั้งแต่ระดับง่ายสุดยันระดับผู้เล่นระดับฮาร์ดคอร์ก็มีโหมด Classic สุดหินให้ได้เล่นกัน หากคิดว่ายังชิลๆ ไปก็สามารถเลือกโหมด Iron Man ที่จะให้คุณใช้เซฟได้เพียงแค่สล็อทเดียวเท่านั้น ทำให้ทุกการกระทำของคุณนั้นจะถูกบันทึกไว้แบบชนิดไม่สามารถตุกติกไปโหลดเซฟเก่ามาลักไก่ได้

เรื่องระบบเกมที่ Firaxis เป็นผู้สร้างนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะมีการออกแบบมาดีอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีการตัดระบบดั้งเดิมหลายอย่างออกไปทำให้เล่นสะดวกขึ้น แต่ทุกส่วนของเกมนี้ก็ยังคงผูกแน่นเป็นก้อนเดียวกันทำให้คุณต้องใช้สมองขบคิดในทุกคลิกที่คุณได้สั่งออกไป การวางแผนในโหมด Battlescape ที่ผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวอาจทำให้คุณต้องกลับมากุมขมับในโหมด Geoscape หลังจากภารกิจจบซึ่งทำให้การเล่นในภายหลังนั้นเหนื่อยกว่าเดิมและอาจทำให้เกมต้องยุติลงก็เป็นไปได้

ความยาวของตัวเกมนั้นเรียกว่า XCOM: Enemy Unknown ให้คุณได้เล่นเกมอย่างคุ้มค่า เพราะการเล่นเกมรอบแรกของผมในโหมด Normal นั้นใช้เวลามากกว่า 40 ชั่วโมงจึงจะจบเกมซึ่งสำหรับผมถือว่าค่อนข้างเยอะ โดยตัวเกมไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเบื่อเลยแม้แต่น้อยแม้ว่าผมจะไม่ใช่แฟนของซีรี่ส์นี้ก็ตามที ผู้เล่นใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์กับแนวนี้มาก่อนก็สามารถเล่นและทำความเข้าใจได้ไม่ยาก (หากคุณอ่าน) ตัวเกมให้ความรู้สึกที่ตื่นเต้นตลอดเวลา เพราะด้วยความที่เกมนั้นไม่สปอยล์ผู้เล่นจนมากเกินพอดี มีการใช้ Fog of War เพื่อปิดบังศัตรูทั้งหมดในฉาก ทำให้เมื่อเรากดจบเทิร์นแล้วต้องมาคอยลุ้นว่า AI จะมีการเคลื่อนไหวอย่างไรทำให้ตัวเกมมีสเน่ห์ชนิดทำให้คุณเล่นจนลืมเวลากันเลยทีเดียว

เรื่องข้อติติงนั้นคงไม่มีอะไรมากไปกว่าเรื่องความเป็นกราฟิกสามมิติของตัวมันเอง บางครั้งทำให้มีการควบคุมที่ยุ่งยาก ผมพบบั๊กในตัวเกมบ้างเช่นไม่สามารถสั่งงานหรือสวิทช์ตัวละครได้ทำให้ต้องโหลดเซฟขึ้นมาใหม่ (พบเพียงสองครั้ง) กราฟิกไม่ได้ละเอียดมากนัก การแสดงสีหน้าตัวละครที่ไม่ค่อยดี มุมกล้องที่บางครั้งตัวเกมเลือกมานำเสนอขณะการวิ่งเข้าหาที่กำบังนั้นดูแล้วชวนเวียนหัวส่วนแอนิเมชันนั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้

ผมคงไม่ลงรายละเอียดในโหมดมัลติเพลเยอร์มากนัก แต่โหมดนี้สามารถดวลกันตัวต่อตัวได้ผ่านระบบออนไลน์ โดยระบบการปรับแต่งทีมเรานั้นจะใช้ระบบแต้มรวมเพื่อแบ่งไปปรับแต่งตัวละครต่างๆ โดยสามารถเลือกเล่นได้ทั้งฝ่ายมนุษย์และเอเลียนก็มีแผนที่ให้ได้เล่นกันพอสมควรครับ

ภาพรวมของเกมนี้บอกได้เลยว่าเหมาะที่จะเป็นผู้เข้าชิงเกมวางแผนยอดเยี่ยมแห่งปีเป็นอย่างยิ่ง เผลอๆ อาจจะได้รางวัลติดไม้ติดมือไปบ้างไม่มากก็น้อย Firaxis ได้พิสูจน์แล้วว่าเหล้าเก่าในขวดใหม่อย่าง XCOM: Enemy Unknown ไม่ว่าจะยังไงก็ยังยอดเยี่ยมอยู่วันยังค่ำ

 

ข้อดี:

  • X-COM ในกราฟิกสามมิติยุคใหม่

  • ดนตรีและเอฟเฟคประกอบสุดเจ๋ง

  • ระบบการเล่นที่สุดแสนเป็นเอกลักษณ์

  • การนำเสนอน่าติดตาม

  • One more turn

 

ข้อสังเกต

  • มุมกล้องบางครั้งทำให้สั่งการได้ยาก

  • ภาพน่าจะงามได้มากกว่านี้สักนิด

 

คะแนนรวม 9.5/10

 

สรุป X-COM ตัวจริงกลับมาแล้ว พร้อมโอบรับและเป็นมิตรกับทุกคน แม้แต่เกมเมอร์รุ่นใหม่ก็เล่นได้ไม่เสียหาย ส่วนรุ่นเก๋าเมื่อพบกับ X-COM เวอร์ชั่น 2012 ถึงกราฟิกจะไม่ได้ดีเลิศมาก แต่ก็คุ้มค่ากับการรอคอยและจัดว่า FIN